Carro ขยาย 2 สาขาใหม่กิ่งแก้ว & ติวานนท์ ลั่นกลองชัย! ฉลองความสำเร็จคว้ากำไร สูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กรุงเทพฯ 17 มกราคม 2567 – Carro ผู้นำด้านการบริการแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์รถมือสองที่ใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ประเทศไทยเป็นตลาดที่ยังส่งกลิ่นหอม ต่อการเข้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเดินหน้าเปิดเพิ่มใหม่อีก 2 สาขา คือ สาขากิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ และ สาขาติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้ Carro ในประเทศไทยมีเพิ่มขึ้น เป็น 5 สาขา หวังรองรับการกระจายรถยนต์มือสองคุณภาพดีเหมือนใหม่สู่ผู้คนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อม Carro รับฉลองความสำเร็จของกำไรจากปีงบประมาณ 2566 ที่ทุบสถิติคว้ากำไรจากการบริหารก่อนหักค่าใช้จ่ายสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านปี 2567 คาดการณ์ Carro จะมีกำไรจากการบริหารก่อนหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าของผลลัพธ์ที่ได้ในปีงบประมาณ 2566

มร. ฟง ฮง ซัม ประธานบริหารตลาดระหว่างประเทศของ คาร์โร (Carro) บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ ผู้นำด้านการให้บริการซื้อขายรถยนต์มือสองออนไลน์ที่ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยถึง แผนการดำเนินงานในปี 2567 ว่า ประเทศไทยยังเป็น 1 ในตลาดที่สำคัญต่อการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงมุ่งหน้าขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ สาขากิ่งแก้ว เลขที่ 456 หมู่ 7 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร: 02-460-9380 และ สาขาติวานนท์ 1/2 โครงการ ออน ติวานนท์ เซนเตอร์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร: 02-460-9380 รวมสาขาเดิมที่บริษัทมีอยู่เป็น 5 แห่ง คือ สาขากรุงเทพฯ, อยุธยา, ชลบุรี สามารถดูรายชื่อสาขาของเราทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ carro.co

อย่างไรก็ดี การขยายสาขาที่เพิ่มมากขึ้นนับเป็นโอกาสที่ดี เพราะจะช่วยทำให้ผู้บริโภคคนไทยสามารถเข้าถึงสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มือสองคุณภาพดีที่ได้มาตรฐาน Carro Certified มากขึ้น นอกจากนี้แล้วแผนการขยายตัวของ Carro ในประเทศไทย ยังมาจากฐานการเงินที่แข็งแกร่งในระดับทั่วภูมิภาค มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) เทคโนโลยีของบริการประกันภัย (Insurtech) บริการหลังการขาย และบริการด้านรถยนต์

โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2566 ที่ผ่านมา Carro ได้ทำลายสถิติกำไรจากการบริหารก่อนหักค่าใช้จ่าย คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่ามีอัตราการเติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ เกี่ยวกับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2567 มร. ฟง ฮง ซัม กล่าวว่า แม้ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา คือ (เมษายน-มิถุนายน 2566) ทั่วภูมิภาคจะมีวันหยุดยาว เช่น วันฮารีรายอ เทศกาลเลอบาราน และสงกรานต์ แต่ Carro พบว่ามีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 14% สูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปีงบประมาณ 2566 ที่วางไว้ ถึง 9% และในปี 2567 มีการคาดการณ์ว่า Carro จะมีกำไรจากการบริหารก่อนหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าของผลลัพธ์ที่ได้ในปีงบประมาณ 2566 ทั้งหมด

ด้าน มร.ชาห์โรล อัซมาน อาหมัด ประธานประจำประเทศไทย คาร์โร (Carro) กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันถ้าให้นึกถึงตลาดรถมือสอง Carro ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคนึกถึง เพราะ Carro ไม่เพียงแต่ดำเนินธุรกิจ เรื่องการซื้อขายรถยนต์อย่าง โปร่งใส และปลอดภัย เท่านั้น ยังได้นำระบบถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาขับเคลื่อน อีกทั้งยังมีระบบการรับซื้อรถยนต์มือสอง “Carro Express” และการขายผ่าน “Carro Automall” ที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาตรวจสอบคุณภาพรถมากถึง 160 จุด ก่อนส่งมอบ พร้อมการรับประกันอะไหล่นาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร และการการันตีเงินคืนใน 5 วัน

เรียกว่า Carro ดำเนินธุรกิจในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์ ดังนั้นแผนการขยายธุรกิจในประเทศไทย จึงเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์เพื่อการเติบโตในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Carro ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย