“แลนดี้ โฮม” สร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยง ให้ทีมแพทย์สู้โควิด-19

โครงการ ลดความเสี่ยง ให้กับแพทย์ กับ รพ.สามพราน

ในขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน นักรบชุดขาว คือด่านหน้าที่ต้องรับมือกับโรคอุบัติใหม่นี้อย่างหนักหน่วง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 และ บริษัท แคพพลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีเพิ่มอากาศถ่ายเท โดยมี คุณลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน เป็นตัวแทนของครอบครัวที่รักสุขภาพร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการ “ลดความเสี่ยง ให้กับแพทย์”

ตู้แรงดันอากาศบวก และ เครื่อง CAP PLUS รุ่น CAP200

มอบตู้แรงดันอากาศบวก (Positive Pressure Room) และ ติดตั้งเครื่อง CAP PLUS รุ่น CAP200 รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ให้กับ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร, รพ.นพรัตนราชธานี รามอินทรา กทม. และ รพ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อลดความเสี่ยงให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากการติดเชื้อขณะทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชน

พรรัตน์ มณีรัตนะพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด

พรรัตน์ มณีรัตนะพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากในปัจจุบันส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า มีโอกาสได้รับเชื้อมากกว่าบุคคลทั่วไป ประกอบกับ บริษัท แคพพลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ และเป็นผู้นำเทคโนโลยีเพิ่มอากาศถ่ายเท ช่วยลดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเชื้อโรคในอากาศโดยการเติมอากาศใหม่ที่มีออกซิเจนเข้าไปในห้องผ่านการกรองฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ก่อนเข้าห้อง อีกทั้งยังสร้างสภาวะแรงดันบวก (Positive Pressure) ซึ่งจะช่วยผลักฝุ่นและเชื้อโรค ทำให้อากาศภายในห้องมีเชื้อโรคลดลง โอกาสติดเชื้อโควิด-19 ก็จะลดลงด้วย จึงคิดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากรทางการแพทย์จากวิกฤติของโรคอุบัติใหม่นี้ได้

ตัวแทนบริษัทแคพพลัสและแลนดี้ โฮม ส่งมอบตู้แรงดันอากาศบวก

ทางบริษัทฯ มุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ จึงจัดทำโครงการ “ลดความเสี่ยง ให้กับแพทย์” ขึ้น โดยจะส่งมอบและติดตั้งเครื่อง CAP PLUS รุ่น CAP200 จำนวน 15 เครื่อง ให้กับ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร, รพ.นพรัตนราชธานี รามอินทรา กทม. และ รพ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดมีขนาดกะทัดรัด สามารถติดตั้งภายในห้องของโรงพยาบาลที่ต้องการให้เป็นพื้นที่ ที่ปลอดภัย ทั้งคนไข้ และบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ ห้องกุมารเวชกรรม,ห้องฉุกเฉิน, ห้องสูติกรรม ตลอดจนห้องเวชระเบียน

พญ.จันทิมา ใจพันธ์, นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว

พร้อมจัดทำตู้แรงดันอากาศบวก ขนาด 1.2 x 1.2 x 2.2 เมตร จำนวน 1 ตู้ เพื่อส่งมอบให้กับ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร สำหรับตรวจคัดกรอง (Swab Test) ด้วยวิธีป้ายจมูกและลำคอ โดยภายในตู้แรงดันอากาศบวกติดตั้งเครื่องปรับอากาศ พร้อมเทคโนโลยี CAP200 สร้างแรงดันอากาศภายในให้สูงกว่าภายนอก ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่อาจลอยอยู่ในอากาศภายนอกไม่ให้ไหลเข้าสู่ภายในตู้ได้ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติงานภายในตู้แรงดันอากาศบวก ในขณะที่ผู้รับบริการอยู่ด้านนอก โดยบริเวณด้านหน้ามีการเจาะช่องปิดด้วยอะคริลิคใส สำหรับวางหลอดเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง มีช่องสำหรับสอดมือเพื่อทำหัตถการเพื่อช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากเชื้อโรค ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 และสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

เครื่อง CAP PLUS รุ่น CAP200
ภาพบรรยากาศการติดตั้งเครื่อง CAP PLUS ให้กับ รพ.บ้านแพ้ว

นอกจากนั้นเพื่อส่งต่อความรักและความห่วงใยให้กับนักรบชุดขาว ทางบริษัทฯ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเตรียมส่งมอบพร้อมติดตั้ง CAP PLUS รุ่น CAP200 และ ตู้แรงดันอากาศบวก ให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป สำหรับโรงพยาบาลใดที่ต้องการเครื่อง CAP PLUS รุ่น CAP200 หรือตู้แรงดันบวก สามารถติดต่อได้ที่ Line id @landyhome หรือ @capplus

นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว

ด้าน นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทาง รพ.บ้านแพ้ว ดูแลเคสผู้ป่วยโควิด-19 รวมกว่า 2,400 ราย แบ่งเป็น 1. ผู้ป่วยกลุ่มสีแดงและสีส้มที่รักษาตัวอยู่ใน รพ. 2. กลุ่ม HI (Home Isolation) รักษาตัวที่บ้าน 3. ผู้ป่วยกลุ่ม CI (Community Isolation) รักษาตัวในศูนย์พักคอย และ 4. ผู้ป่วยที่รักษาตัวใน รพ.สนาม นอกจากนี้ รพ.บ้านแพ้วยังคงเปิดรักษาผู้ป่วยตามปกติ เนื่องจากความเจ็บป่วยในคนไข้บางเคสไม่สามารถรอการรักษาได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงในส่วนของทันตกรรม ดังนั้นทาง รพ. จึงได้มีการจัดการระบบเพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

อย่างไรก็ตามขณะนี้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เริ่มถึงขีดจำกัด เพราะจำนวนผู้ป่วยโควิดยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์นั่น คือ เทคโนโลยีต่างๆ อาทิ ตู้แรงดันอากาศบวก, ชุด PAPR (Powered Air Purifying Respirator), เครื่องวัดความดันแบบสอดแขน และเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น