ARDA ผนึก 10 หน่วยงานรัฐ เปิดตัว ‘EUDR One Data Thailand’ เชื่อมข้อมูลทั้งประเทศ ล็อกเป้ารักษาตลาดหมื่นล้าน ดันไทยสู่ต้นแบบระดับโลก

กรุงเทพฯ, 19 มิถุนายน 2569– สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จับมือ 10 หน่วยงานภาครัฐ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ บูรณาการฐานข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่านระบบ “EUDR One Data Thailand” ยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานสากล มุ่งรักษาตลาดส่งออกยุโรปมูลค่ากว่า 64,900 ล้านบาทต่อปี พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางระบบตรวจสอบย้อนกลับของอาเซียน

ภายในงาน “EUDR Thailand 2026 : ขับเคลื่อนการค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานโลก” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการ ARDA และผู้บริหารจากภาคีเครือข่ายร่วมเป็นสักขีพยาน

จุดเปลี่ยนการค้าโลก: ชี้ EUDR ไม่ใช่แค่กฎเกณฑ์ แต่คือโอกาสส่งออกไทย
รศ. ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ เปิดเผยว่า กฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกำหนดอนาคตสินค้าเกษตรไทย โดยบังคับใช้ในสินค้า 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โค ไม้ กาแฟ โกโก้ และถั่วเหลือง ซึ่งต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ชัดเจน

“ในทางปฏิบัติ เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น พิกัดแปลง หลักฐานสิทธิที่ดิน และแผนที่ป่า หากขาดระบบกลางเชื่อมโยงข้อมูล จะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนและตัดโอกาสทางการค้าของรายย่อย สกสว. จึงได้จัดสรรงบประมาณวิจัยผ่าน ARDA เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมให้ประเทศ” รศ. ดร.นพพร กล่าว

แพลตฟอร์ม NESW (eudrthai.com) ยุโรปยอมรับ
ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ARDA ได้สนับสนุนทุนวิจัยเร่งด่วน 9 โครงการ จนประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางระดับประเทศ National EUDR Single Window (NESW) ผ่านเว็บไซต์ eudrthai.com ซึ่งรวมข้อมูลการจัดทำเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ไว้ในที่เดียว ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 111 ราย
ระบบดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม (DG ENV) ได้เชิญประเทศไทยร่วมนำเสนอระบบบนเวทีระดับโลก *Multi-stakeholder Platform ครั้งที่ 40 สะท้อนว่าไทยมีความพร้อมด้านการเชื่อมโยงข้อมูลมากที่สุดในภูมิภาค นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังได้ประกาศมาตรการผ่อนปรน “April Package” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) ได้รับการลดภาระการประเมินความเสี่ยง ยิ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยต้องเร่งพัฒนาระบบข้อมูลกลางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ผนึก หน่วยงาน ปั้น “EUDR One Data” บูรณาการข้อมูล 4 ด้าน
ไฮไลท์สำคัญของงานคือพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ARDA และ 10 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่:

  1. กรมปศุสัตว์
  2. กรมป่าไม้
  3. กรมพัฒนาที่ดิน
  4. กรมวิชาการเกษตร
  5. กรมส่งเสริมการเกษตร
  6. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  7. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  8. การยางแห่งประเทศไทย
  9. สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
  10. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

การร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้างฐานข้อมูล “EUDR One Data Thailand” โดยบูรณาการข้อมูลสำคัญ 4 กลุ่มหลัก เข้าสู่แพลตฟอร์มเดียวกันแบบครบวงจร:
ข้อมูลเกษตรกรและแปลงปลูก
ข้อมูลที่ดินและภูมิสารสนเทศ
ข้อมูลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ
ข้อมูลการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยได้รับการขยายระยะเวลาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการและเวทีเสวนา EUDR Watch 2026 เพื่ออัปเดตกฎระเบียบ EUDR ล่าสุด และแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยในการรักษาและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสหภาพยุโรป  

การจัดงาน EUDR Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกาศความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐาน “EUDR One Data Thailand” เพื่อยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของประเทศทั้งระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าระหว่างประเทศ รักษาโอกาสทางการค้ามูลค่ากว่า 64,900 ล้านบาทต่อปี และผลักดันประเทศไทยจาก “ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก” สู่ “ศูนย์กลางระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของอาเซียน” พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการค้าเกษตรยั่งยืนในระดับโลก รองรับมาตรฐานการค้าสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน