วาบไปพักกาย ย้อนเวลาไปพักใจที่ ‘ทับขวัญ รีสอร์ท นนทบุรี’ เสน่ห์เรือนไทยโบราณใกล้แค่เอื้อม
ในวันที่ตารางงานแน่นเอี๊ยด ภารกิจรัดตัว และชีวิตในเมืองใหญ่มันหมุนไว จนบางครั้งสมองและร่างกายก็เริ่มส่งสัญญาณว่า “อยากพัก”…ความคิดที่อยากจะแพลนทริปหนีไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็แวบเข้ามาในหัวทันทีติดอยู่ตรงที่ ‘เวลา’ ช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย จะให้ขับรถหลายร้อยกิโลเมตรในวันหยุดสั้นๆ ก็เกรงว่าจะเหนื่อยกว่าเดิม


แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์โปรด เมื่อเพื่อนสนิทกระซิบเซฟโซนแห่งใหม่ให้ฟังว่า “ลองไป ทับขวัญ รีสอร์ท สิ อยู่ใกล้สะพานพระนั่งเกล้าแค่นี้เอง ขับรถมาไม่ไกลก็จะได้พบกับโอเอซิสแห่งความสงบ เป็นรีสอร์ทส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ ที่ทางรีสอร์ทเขายกเรือนไทยโบราณแท้ๆ มาไว้ใจกลางเมืองนนทบุรี โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไกลให้เหนื่อยเลยสักนิด เมื่อใจมันพร้อม ร่างกายต้องการการชาร์จแบต…รออะไรล่ะคะ สตาร์ทรถแล้วตามเรามาเลยค่ะ!


แรกสัมผัส…ก้าวข้ามกาลเวลาสู่ความสงบอันร่มรื่น
ทันทีที่เลี้ยวรถเข้ามาในอาณาเขตของ ทับขวัญ รีสอร์ท ความวุ่นวายของโลกภายนอกเหมือนถูกตัดขาดไปในทันที เสียงบีบแตรและไอร้อนจากถนนคอนกรีตถูกแทนที่ด้วยความเย็นสบายจากผืนป่าขนาดย่อม (Urban Forest) ที่ร่มรื่น สายตาของเราปะทะเข้ากับความงดงามของหมู่เรือนไทยโบราณที่แทรกตัวอยู่อย่างกลมกลืนท่ามกลางแมกไม้ใหญ่


โมเมนต์นั้นบอกได้คำเดียวว่า “ว้าว” มากค่ะ จินตนาการไปถึงขั้นว่าตัวเองเป็น ‘ออเจ้า’ ที่หลงยุคเข้ามาในสมัยอยุธยาหรือเปล่า? เพราะทุกอย่างรอบตัวมันดูสงบนิ่ง ราวกับเข็มนาฬิกาเดินช้าลงอย่างตั้งใจ เปิดโอกาสให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดได้อย่างเต็มที่ จนแอบอุทานกับตัวเองในใจว่า “สาบานได้นะว่านี่เรากำลังยืนอยู่ใจกลางเมืองนนทบุรี!”


อันที่จริง ชื่อของทับขวัญรีสอร์ทการันตีความงดงามมานานในฐานะสถานที่จัดงานแต่งงานตามประเพณีไทยยอดนิยมอันดับต้นๆ แต่ความพิเศษที่มากกว่านั้นคือ ที่นี่โดดเด่นด้วยหมู่เรือนไทยโบราณอายุเกือบร้อยปี และห้องอาหารไทยตำรับชาววังรสเลิศ ดีกรี Michelin Guide หลายปีซ้อน เรียกว่ามาที่เดียวตอบโจทย์ครบทุกมิติ ทั้งการพักผ่อนหย่อนใจในสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า และการดื่มด่ำกับสุนทรียศาสตร์แห่งอาหารไทยดั้งเดิม…เป็นการเติมพลังให้ ‘ใจฟู’ ได้ดีที่สุดเลยค่ะ


หากใครที่กำลังมองหาการเปลี่ยนบรรยากาศ อยากลองใช้ชีวิต Slow Life แบบย้อนยุคดูสักครั้ง หรืออยากพาครอบครัว แขกผู้ใหญ่ และคนพิเศษมาดื่มด่ำความทรงจำดีๆ ที่นี่มีกิมมิกน่ารักๆ ด้วยการเตรียมชุดไทยโบราณ ทั้งเสื้อคอกระเช้า ผ้าถุง รวมถึงเสื้อผ้าสไตล์ย้อนยุคสำหรับคุณผู้ชายให้ได้เปลี่ยนลุค ถ่ายรูปสวยๆ ตามรอยละครดังกันแบบครบวงจรเลยทีเดียวค่ะ
เอนกายใน ‘เรือนบุนนาค’ สัมผัสความหรูหราของผู้ดีเก่า

ความเอ็กซ์คลูซีฟของทับขวัญ รีสอร์ท คือความเป็นส่วนตัวขั้นสุด เพราะมีเรือนไทยโบราณใต้ถุนสูงเพียง 5 หลังใหญ่เท่านั้น ภายในรั้วรอบขอบชิดได้รับการรีโนเวทอย่างประณีต เพื่อคงความสง่างามตามแบบฉบับเรือนหรูของผู้ดีไทยในอดีต โดยมีสระบัวหลวงและต้นไม้เก่าแก่เป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกเรือนเข้าด้วยกัน ทอดสายตาไปทางไหนก็ร่มรื่นสบายตา ที่น่ารักมากๆ คือ เรือนแต่ละหลังจะถูกตั้งชื่อตามดอกไม้ไทยโบราณอันไพเราะ ได้แก่ เรือนบุนนาค, เรือนพิกุล, เรือนแก้วมุกดา, เรือนสร้อยระย้า และเรือนพัดจีบ ซึ่งรอบๆ เรือนแต่ละหลังก็จะปลูกพันธุ์ไม้ประจำเรือนชนิดนั้นๆ ไว้ด้วยค่ะ


สำหรับค่ำคืนนี้ เราได้เช็คอินที่ “เรือนบุนนาค” เรือนหลังใหญ่สองชั้นใต้ถุนสูง บริเวณชั้นล่างมีชุดรับแขกไม้ตัวยาวให้เอนหลังเอกเขนกรับลม ชมวิวสระบัวที่สะท้อนแสงแดดรำไร นอกจากนี้ยังมีศาลาริมน้ำส่วนตัว เหมาะกับการมานั่งทอดอารมณ์หย่อนใจยามเช้าและยามเย็น มองดอกบัวบานละมุนละไม เป็นภาพที่เพลินตาจนไม่อยากละสายตาเลยค่ะ



เมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นบน จะพบกับระเบียงไม้กว้างขวาง เหมาะสำหรับมานั่งจิบชายามบ่ายหรือนั่งพูดคุยกันละเมียดละไม ประตูห้องนอนเป็นไม้ขัดกลอนแบบโบราณแท้ๆ เมื่อผลักเข้าไป…ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปในมิติเวลาก่อนเก่า บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายไม้ขัดเงา พื้นกระดานไม้เวลาเดินจะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ให้ความรู้สึกคลาสสิก ตรงกลางห้องโดดเด่นด้วยเตียงนอนไม้หลังใหญ่หนานุ่ม พร้อมมุ้งสีขาวละมุนตาที่ห้อยลงมาจากเพดาน ใครอยากได้ฟีลลิ่งย้อนยุคแบบจัดเต็มก็สามารถกางมุ้งครอบเตียงลงมาได้เลยค่ะ



เครื่องเรือนทุกชิ้น ตั้งแต่โต๊ะเครื่องแป้ง ชุดรับแขก ไปจนถึงโต๊ะวางของ ล้วนเป็นของเก่าสะสมที่เปี่ยมเสน่ห์…ขอบอกเลยว่า ถ้าไม่มีแอร์เย็นฉ่ำ ทีวี ตู้เย็น หรือสุขภัณฑ์อันทันสมัย พร้อมอ่างล้างหน้าและเครื่องทำน้ำอุ่นล่ะก็ เราคงปักใจเชื่อไปแล้วค่ะว่าตัวเองย้อนเวลากลับไปเป็นแม่หญิงในอดีตจริงๆ






ลิ้มลองอาหารไทยตำรับชาววัง ความประณีตที่มิชลินไกด์ยังต้องเทใจ
หลังจากเดินเล่นรับลม ชมสวน และนั่งชิงช้าใต้ร่มไม้จนสบายใจ ก็ถึงเวลาของไฮไลท์สำคัญนั่นคือ อาหารมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารทับขวัญ ตัวห้องอาหารตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยของสะสมโบราณ ผนังด้านหนึ่งเพนต์ลายจิตรกรรมฝาผนังอันอ่อนช้อย ขณะที่อีกด้านเป็นกระจกใส เผยให้เห็นวิวสวนสีเขียวชอุ่มและเงาของเรือนไทยด้านนอก ชวนให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น






อาหารของที่นี่เป็นอาหารไทยชาววังต้นตำรับที่เน้นความประณีต รสชาติกลมกล่อม ละเมียดละไม ยกระดับด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง คัดสรรอย่างพิถีพิถัน และนี่คือเมนูที่เราได้ลิ้มลองแล้วอยากบอกต่อความฟินค่ะ:

เมี่ยงกลีบบัว จานเรียกน้ำย่อยที่จัดวางมาอย่างแช่มช้อยบนเครื่องกระเบื้องลายคราม สีชมพูระเรื่อของกลีบบัวหลวงตัดกับภาชนะอย่างงดงาม ความพิเศษอยู่ที่การใช้ กุ้งสดตัวโตเนื้อเด้งหวาน วางด้านบน เคียงด้วยเครื่องเมี่ยงไทยโบราณ ราดน้ำเมี่ยงสูตรเฉพาะที่เคี่ยวจนเหนียวข้น รสชาติหวานมันเค็มกำลังดี เมื่อห่อทานในคำเดียว กลีบบัวมีความนุ่มละมุน ไม่บาดปาก ได้เท็กเจอร์ที่ซับซ้อนและสดชื่น เอาไปเลยค่ะ 10 คะแนนเต็ม!

แกงรัญจวนซี่โครงหมู แกงโบราณที่หาทานได้ยากยิ่ง และหาร้านที่ปรุงได้อร่อยสุนทรีย์นั้นยากกว่า แต่ของทับขวัญทำออกมาได้ไร้ที่ติค่ะ ทางร้านเลือกใช้ ซี่โครงหมูอ่อนคัดพิเศษ เคี่ยวจนเนื้อนุ่มล่อน ละลายในปาก น้ำแกงปรุงรสด้วยน้ำพริกกะปิชั้นดี รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน แฝงความเปรี้ยวละมุน และหอมอบอวลด้วยสมุนไพรสด ทั้งตะไคร้และใบโหระพา ซดแล้วรัญจวนใจสมชื่อจริงๆ

ห่อหมกหน่อกะลา เสิร์ฟมาอย่างเก๋ไก๋บนเตาขนมครกดินเผาขนาดพอดีคำ เนื้อปลาสดโขลกจนเหนียวเนียนละเอียด ปรุงรสด้วยพริกแกงสูตรลับรสชาติกลมกล่อม ผสานความกรุบกรอบที่เป็นเอกลักษณ์ของ หน่อกะลา (วัตถุดิบพื้นบ้านขึ้นชื่อของนนทบุรี) ด้านบนหยอดหัวกะทิสดเคี่ยวข้น ขอบอกเลยว่าทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนต้องตักซ้ำค่ะ

น้ำพริกขี้กา เมนูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยศิลปะการปรุง น้ำพริกโบราณจานนี้โดดเด่นด้วยความหอมเกรียมอ่อนๆ ของพริก หอมแดง และกระเทียม ที่นำไปย่างไฟจนสุกหอมก่อนนำมาโขลกหยาบ รสชาติเค็ม เผ็ด เปรี้ยว ปรุงรสได้จัดจ้านถึงใจ ทานคู่กับผักสดกรอบและผักลวกขัดสี… สาวกน้ำพริกไทยโบราณต้องตกหลุมรักจานนี้แน่นอนค่ะ

แกงคั่วกระท้อนหมูย่าง เมนูสุด Amazing ที่สร้างความประทับใจให้เรามากที่สุด! ตัวแกงคั่วใช้พริกแกงตำเองเคี่ยวกับหัวกะทิจนแตกมันขลุกขลิก ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง พระเอกของจานคือ กระท้อนสดฝานบาง ที่ให้รสสัมผัสฝาดนิดเปรี้ยวหน่อยอย่างมีเอกลักษณ์ เข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อกับ เนื้อหมูย่างเตาถ่าน ชิ้นโตที่นุ่มละมุนลิ้น รสชาติแกงมีความกลมกล่อม นุ่มลึก ถือเป็นจานเด็ดห้ามพลาดเลยค่ะ



นอกจากนี้ห้องอาหารทับขวัญยังมีเมนูอาหารไทยให้เลือกอีกมากมาย ทั้งต้ม ยำ แกง น้ำพริก รวมถึงอาหารจานเดียวง่ายๆ แค่คุณแวะมาลอง รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ


ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยผลไม้สดและของหวานไทยโบราณอย่าง ส้มฉุน รสเปรี้ยวหวานเย็นชื่นใจ รวมถึงกล้วยบวชชี ฟักทองแกงบวด บัวลอยเผือก และทับทิมกรอบ ที่รังสรรค์ออกมาได้หวานน้อย กลมกล่อม ไม่เลี่ยนเลยค่ะ เครื่องดื่มก็มีน้ำสมุนไพรต้มสด ทั้งน้ำกระเจี๊ยบ เก๊กฮวย ขิง ตะไคร้ และมะตูม จิบแล้วชุ่มคอ ดีต่อสุขภาพชะมัด (แม้ไม่ได้เข้าพักที่รีสอร์ท ก็สามารถแวะมาทานอาหารไทยชาววังที่ห้องอาหารนี้ได้นะคะ)


รื่นรมย์อรุณรุ่ง…และมื้อเช้าในห้องอาหารเรือนไทย
หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มท่ามกลางความเงียบสงบในมุ้งขาวบนเรือนไม้โบราณ เช้าวันรุ่งขึ้นตามแพลนเดิม ทางรีสอร์ทจะจัดสำรับอาหารเช้าให้เราไปนั่งทานเก๋ๆ ที่ศาลาริมสระบัวค่ะ แต่วันที่เราไป มีสายฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้าตรู่ ทางรีสอร์ทจึงปรับเปลี่ยนมาเสิร์ฟที่ห้องอาหารแทน ซึ่งก็ได้ฟีลโรแมนติกไปอีกแบบ


อาหารเช้าที่นี่รวมอยู่ในค่าห้องพักเรียบร้อยแล้ว โดยจัดเสิร์ฟเป็นเซ็ตคุณภาพเยี่ยม มีให้เลือกทั้ง ข้าวต้มกุ้งตัวโต ข้าวต้มปลาเนื้อแน่น ชุด Breakfast สไตล์ตะวันตก ข้าวผัดกุ้ง และข้าวผัดไก่ พร้อมเซ็ตของหวานไทยๆ อย่างข้าวต้มมัดใบตอง ผลไม้ตามฤดูกาล เสิร์ฟเคียงคู่มากับน้ำส้มคั้นสด และชาหรือกาแฟร้อนๆ เติมความสดชื่นให้เช้าวันใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


การได้มาใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ที่ ทับขวัญ รีสอร์ท เปรียบเสมือนการเดินทาง Back to the Future ที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ เราได้หลีกหนีความวุ่นวายมาทิ้งตัวพักผ่อนในบรรยากาศย้อนยุคที่สงบสง่างาม ในราคาห้องพักที่จับต้องได้เริ่มต้นเพียง 2,200 บาทต่อคืน (พร้อมอาหารเช้า) เท่านั้นเองค่ะ แอบกระซิบว่า โปรโมชั่นราคาสุดพิเศษนี้มีถึงแค่ สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เท่านั้นนะคะ

หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า และมองหาที่พักพิงเพื่อชาร์จพลังชีวิตให้ร่างกายและจิตใจ โดยไม่อยากเสียเวลาเดินทางไกล…ลองให้ ทับขวัญ รีสอร์ท เป็นคำตอบดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เองค่ะ

ทับขวัญ รีสอร์ท (Dhabkwan Resort)
ที่ตั้ง: ถนนนนทบุรี 1 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (ใกล้สะพานพระนั่งเกล้า)
โทรศัพท์: 02 969 1200
เว็บไซต์: www.dhabkwan.com
#ทับขวัญ #รีสอร์ท #ทับขวัญรีสอร์ท #ที่พักย่านนนทบุรี #เรือนโบราณ #ONEDEEDEE #LifestyleNews

0