SACIT ขับเคลื่อน “เบญจรงค์ดอนไก่ดี” จากการสืบทอดภูมิปัญญา สู่การอัปสกิลครูช่างและต่อยอดองค์ความรู้ระดับนานาชาติ
- เปิดเรื่องราว “ครูอุไร แตงเอี่ยม” ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้สืบทอดภูมิปัญญาเครื่องเบญจรงค์กว่า 50 ปี ฟื้นฟูลวดลายโบราณ ถ่ายทอดทักษะเชิงช่างจากรุ่นสู่รุ่น สร้างดอนไก่ดีให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ ภูมิปัญญายังคงมีชีวิต
- ตามเส้นทาง “ครูทวี พันธ์ศรี” จากครูช่าง SACIT สู่ผู้ชนะการประกวด (ICCA 2026) ก่อนเปิดโอกาสอัป สกิล ณ เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ประเทศจีน นำองค์ความรู้นวัตกรรมใหม่ กลับมาต่อยอดงานเบญจรงค์ไทย ด้วยเทคนิคการเขียนลายด้วยปากกา และการผสานเทคนิคสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบ
กรุงเทพฯ 14 สิงหาคม 2569 – สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับงานเครื่องเบญจรงค์ไทย ผ่านการสืบทอดภูมิปัญญาจากครูศิลป์ของแผ่นดิน การพัฒนาศักยภาพครูช่าง และการสร้างโอกาสให้ครูช่างไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาทักษะในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์กลับมาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย พร้อมนำเสนอเรื่องราวของ “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนหัตถกรรมที่สืบทอดภูมิปัญญาการทำเครื่องเบญจรงค์มายาวนานกว่า 50 ปี โดยมีครูช่างเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดทักษะเชิงช่างจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้องค์ความรู้และเทคนิคการสร้างสรรค์เครื่องเบญจรงค์ยังคงได้รับการสืบทอดและต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า เครื่องเบญจรงค์เป็นหนึ่งในงานหัตถศิลป์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของไทยได้อย่างโดดเด่น ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์ที่ต้องอาศัยทักษะ ความชำนาญ และประสบการณ์ของช่าง ตั้งแต่การเตรียมชิ้นงาน การเขียนลวดลาย การลงสี ไปจนถึงการลงน้ำทอง ซึ่งองค์ความรู้จำนวนมากไม่ได้อยู่เพียงในตำราหรือแบบลาย หากเกิดจากทักษะที่ครูช่างสั่งสมและถ่ายทอดผ่านการลงมือทำจากรุ่นสู่รุ่น โจทย์สำคัญของการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ในวันนี้ จึงอยู่ที่การรักษาองค์ความรู้และทักษะเฉพาะเหล่านี้ให้มีผู้สืบทอด ขณะเดียวกันต้องเปิดพื้นที่ให้ครูช่างได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งด้านการออกแบบ เทคนิคการสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้งานที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถนำมาสร้างสรรค์ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดร่วมสมัยได้

SACIT จึงเดินหน้าบทบาท “นักปั้น” ที่สร้างโอกาสให้ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนผู้สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์รุ่นใหม่ ได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะ การสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงครูช่างไทยเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติ เพื่อเปิดมุมมองและนำความรู้ใหม่กลับมาต่อยอดกับทักษะและภูมิปัญญาที่มีอยู่เดิม พร้อมถ่ายทอดสู่ทายาทช่างคนรุ่นใหม่ เยาวชน ผู้สนใจ และชุมชน เพื่อให้องค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์เกิดการพัฒนาและส่งต่ออย่างต่อเนื่อง

“เป้าหมายของ SACIT คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยเติบโตไปพร้อมกับครูช่างและชุมชน เมื่อครูช่าง มีโอกาสพัฒนาฝีมือ มีตลาดรองรับ ชุมชนสามารถสร้างรายได้ และคนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการประกอบอาชีพ ภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนานก็จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เราจึงเดินหน้าสร้างคน พัฒนางาน และเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด เพื่อให้งานหัตถศิลป์ไทยเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยในระยะยาว” ผศ.ดร.อนุชา กล่าวสรุป

ด้าน นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการสืบทอดและพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์จากฐานภูมิปัญญาของชุมชนได้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของ ดอนไก่ดีไม่ได้อยู่เพียงการเป็นแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์ที่เป็นที่รู้จัก แต่สำคัญคือองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างยังคงได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีครูช่างเป็นผู้ส่งต่อความรู้ และมีช่างรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาต่อยอด จนทำให้ภูมิปัญญาเครื่องเบญจรงค์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพและวิถีของคนในชุมชน ปัจจุบัน ดอนไก่ดียังทำหน้าที่เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านเครื่องเบญจรงค์ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้สนใจ ได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์จากช่างผู้มีประสบการณ์โดยตรง ทั้งการเขียนลวดลาย การลงสี และเทคนิคเฉพาะของงานเบญจรงค์ ทำให้องค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานไม่ได้หยุดอยู่กับครูช่างรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ยังคงได้รับการส่งต่อ พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถนำภูมิปัญญาเดิมไปพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเอง

โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญของการสืบทอดภูมิปัญญาเครื่องเบญจรงค์ของดอนไก่ดี คือ ครูอุไร แตงเอี่ยม ครูศิลป์ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 สาขาเครื่องเบญจรงค์ ผู้สั่งสมประสบการณ์ด้านงานเครื่องเบญจรงค์มากว่า 50 ปี ตั้งแต่การทำเครื่องขาว การเผาเคลือบ การเขียนลายคราม ไปจนถึงการเขียนลายเบญจรงค์ พร้อมมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูลวดลายโบราณ อาทิ ลายเทพพนม ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายครุฑยุดนาค และลายบัวสมเด็จ เพื่อให้องค์ความรู้และแบบลายดั้งเดิมได้รับการสืบทอดต่อไป

นอกจากนี้ ครูอุไรยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อมา เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ตั้งแต่พื้นฐานของงานเบญจรงค์ไปจนถึงเทคนิคเฉพาะของช่าง ทำให้องค์ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานไม่ได้หยุดอยู่เพียงกับครูช่างรุ่นเดิม แต่ได้รับการส่งต่อและนำไปพัฒนาต่อยอดโดยช่างรุ่นใหม่ โดยหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นผลของการถ่ายทอดดังกล่าว คือ ครูณัฏฐ์ณรัณกร แตงเอี่ยม ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี พ.ศ. 2568 ประเภทเครื่องดิน (เบญจรงค์) ประยุกต์ ผู้ต่อยอดองค์ความรู้จากครูอุไรสู่การสร้างสรรค์ผลงาน “โถน้ำต้นลายบัวเจ็ดสี” ซึ่งได้รับการคัดสรรเข้าสู่ SACIT Craft Collection 2025 ในกลุ่ม Master Craft สะท้อนให้เห็นการส่งต่อภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นที่สามารถพัฒนาไปสู่ผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ดอนไก่ดีไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตเครื่องเบญจรงค์ แต่เป็นพื้นที่ที่องค์ความรู้ยังคงถูกใช้ ถ่ายทอด และต่อยอดอย่างต่อเนื่อง

นางสาวแสงระวี กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการพัฒนาครูช่างของ SACIT คือการเปิดโอกาสให้ครูช่างที่มีพื้นฐานและทักษะที่เข้มแข็ง ได้ต่อยอดศักยภาพผ่านการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากต่างประเทศ ทั้งด้านเทคนิค วิธีคิด และกระบวนการสร้างสรรค์ ก่อนนำประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาและพัฒนาผลงานของตนเอง โดยหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ครูทวี พันธ์ศรี ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2558 ประเภทเครื่องปั้นดินเผา (งานเบญจรงค์) ผู้สั่งสมประสบการณ์ด้านงานเบญจรงค์มาอย่างยาวนาน จากจุดเริ่มต้นในฐานะช่างเขียนลาย พัฒนาฝีมือจนได้รับการยกย่องเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม และยังคงพัฒนางานของตนเองอย่างต่อเนื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2569 เมื่อครูทวีเข้าร่วมการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศInternational Craft Creation Concept Award 2026 (ICCA 2026) และได้รับรางวัลชนะเลิศ ก่อนที่ SACIT จะต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดโอกาสให้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ณ เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก เพื่อเรียนรู้เทคนิค กระบวนการสร้างสรรค์ และแนวคิดด้านการออกแบบที่แตกต่างออกไป ก่อนนำองค์ความรู้กลับมาทดลองและประยุกต์ใช้กับทักษะงานเบญจรงค์ที่สั่งสมมา

หนึ่งในองค์ความรู้ที่ครูทวีนำกลับมาต่อยอด คือ การผสานเทคนิคสีใต้เคลือบกับสีบนเคลือบ โดยนำมาทดลองร่วมกับเทคนิคงานเบญจรงค์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงการเรียนรู้ เทคนิคการเขียนลายด้วยปากกา ซึ่งแตกต่างจากการเขียนลายด้วยพู่กันที่คุ้นเคยในงานเบญจรงค์ไทย เปิดมุมมองใหม่ทั้งในด้านเครื่องมือและวิธีการสร้างสรรค์ ตลอดจนแนวคิดด้านเครื่องปั้นดินเผาและการออกแบบที่ได้เรียนรู้จากจิ่งเต๋อเจิ้น เพื่อนำกลับมาประยุกต์และพัฒนาผลงานให้มีมิติการสร้างสรรค์ที่หลากหลายขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของลวดลายและทักษะเชิงช่างของงานเบญจรงค์ไทยไว้

ทั้งนี้ ครูอุไรและครูทวีสะท้อนให้เห็นการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ในสองมิติที่เชื่อมโยงกัน ด้านหนึ่งคือ “การสืบสาน” ผ่านครูช่างที่รักษาองค์ความรู้ เทคนิค และลวดลายดั้งเดิม พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ขณะที่อีกด้านคือ “การต่อยอด” ด้วยการเปิดโอกาสให้ครูช่างได้เพิ่มพูนทักษะ เรียนรู้เทคนิคและมุมมองใหม่จากต่างประเทศ ก่อนนำองค์ความรู้กลับมาประยุกต์กับทักษะเดิมและพัฒนาเป็นผลงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น

“บทบาท ‘นักปั้น’ ของ SACIT คือการสร้างโอกาสให้ครูช่างและชุมชนสามารถเติบโตต่อจากต้นทุนภูมิปัญญาที่มีอยู่ เราต้องรักษาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าให้ได้รับการส่งต่อ ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ครูช่างได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มพูนทักษะ การสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับต่างประเทศ ตลอดจนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาสามารถต่อยอดเป็นผลงานที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน สร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ และทำให้งานหัตถศิลป์ยังคงมีคนทำ มีคนสืบทอด และเติบโตต่อไปได้ในอนาคต” นางสาวแสงระวี กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th เฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล SACIT https://www.facebook.com/sacitofficial หรืออัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ได้ทาง TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official
#พาณิชย์ขับเคลื่อนSACIT #SACIT #สถาบันส่งเสริมศิลปหัตภกรรมไทย #เครื่องเบญจรงค์ #ICCA2026 # #ThaiCraft #นักปั้น #MOC #กระทรวงพาณิชย์

0