NT จับมือ MEAei หนุนทัพ 5 พันธมิตร ปักหมุด “NEXA EV Station Hub” เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จ EV ชู DECO ชวนพลิกโฉมวงการด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็วแห่งแรกของโลกมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (MEAei) สองรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ ประกาศสวมบทบาทเป็นแบ็กอัปและโครงสร้างพื้นฐานหลัก หนุนทัพกลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท เรด เทค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO), บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Zhengzhou Zhengfang Technology Co., Ltd. และ Future New Energy Technology (Thailand) Co., Ltd. ร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบชาร์จและการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อนำเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเข้าสู่ระบบนิเวศ “NEXA EV Station Hub” โดยมุ่งเน้นสนับสนุนให้ DECO นำระบบฟาสต์ชาร์จ (Fast Charge) ประสิทธิภาพสูงที่บริษัทร่วมพัฒนาจนสำเร็จและพร้อมใช้งานแล้ว มาต่อยอดบนโครงข่ายดิจิทัลและพลังงานอัจฉริยะ ซึ่งยังไม่มีผู้ให้บริการรายใดทำได้

นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของ NT ทั้งด้านพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศและโครงข่ายดิจิทัลที่แข็งแกร่งมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จของ MEAei เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง NEXA Platform ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ NT วางเป้าหมายร่วมกันในการปักหมุดสร้าง NEXA EV Station Hub จำนวน 156 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะรองรับได้มากกว่า 48,000 จุดชาร์จ โดยไม่ได้มองเป็นเพียงแค่สถานีอัดประจุไฟฟ้าเท่านั้น แต่ตั้งใจยกระดับให้เป็นศูนย์กลางบริการดิจิทัลที่ครบวงจร มีทั้งร้านค้า พื้นที่พักผ่อน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชุมชนและผู้เดินทางอย่างแท้จริง”

นายปิยะ รัชตวรคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคตะวันออก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะผู้ริเริ่มและนำเสนอแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าระดับประเทศ เปิดเผยว่า โครงการ NEXA EV Station HUB มีเป้าหมายยกระดับพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพของ NT ให้เป็นศูนย์กลางบริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร โดยเชื่อมโยงโครงข่ายดิจิทัล พลังงาน เทคโนโลยี และบริการเชิงพาณิชย์เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนตอบโจทย์การเดินทางของประชาชน ภาคธุรกิจ และชุมชนในแต่ละพื้นที่

“แนวคิดสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการติดตั้งสถานีชาร์จ แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงพลังงาน ดิจิทัล การเดินทาง และบริการต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ โดยนำศักยภาพของโครงข่ายและพื้นที่ของ NT มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว พร้อมเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาร่วมพัฒนาและสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ ครอบคลุม และเติบโตอย่างยั่งยืน”

โครงการ NEXA EV Station HUB จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าใหม่ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และยกระดับประเทศไทยไปสู่โครงข่ายการเดินทางอัจฉริยะแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

คุณภัทรา สุวรรณเดช กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (MEAei) กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดย MEAei ได้นำความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เข้ามาร่วมกับ NT เพื่อเป็นฐานรากที่มั่นคงให้กับกลุ่มพันธมิตรภาคเทคโนโลยีชั้นนำ สิ่งสำคัญคือการเกิดการเชื่อมโยงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย การพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่อัจฉริยะ ตู้ชาร์จ และแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการขายและการดูแลช่างเทคนิคในประเทศ โดยทั้งหมดนี้จะถูกนำมาให้บริการจริงบน NEXA Platform ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์การเดินทางพลังงานสะอาดให้แก่ประชาชน”

นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO) กล่าวในฐานะตัวแทนกลุ่มพันธมิตรด้านเทคโนโลยีว่า “DECO ได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากทั้ง NT และ MEAei ทำให้เราสามารถดึงศักยภาพทางเทคโนโลยีมาต่อยอดระบบนิเวศได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบฟาสต์ชาร์จ (Fast Charge) นวัตกรรมชาร์จเร็วประสิทธิภาพสูงสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่บริษัทร่วมพัฒนาจนสำเร็จและมีความพร้อมใช้งานแล้ว สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้เร็วสุดประมาณ 5 นาที และประมาณ 10 นาทีสำหรับแบตเตอรี่รุ่นความจุสูงสุด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ยังไม่มีผู้ให้บริการรายใดในตลาดทำได้ในปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านระยะเวลาการชาร์จ ทำให้การใช้งานรถ EV ทั้งในชีวิตประจำวันและเชิงพาณิชย์เป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถขยายการใช้งานจริงทั่วประเทศบนระบบนิเวศ NEXA EV Station Hub”

สำหรับ ความร่วมมือ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบชาร์จและการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อนำเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเข้าสู่ระบบนิเวศ “NEXA EV Station Hub เป็นการสานต่อรากฐานสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอย่างยั่งยืนและครบวงจร โดยหัวใจสำคัญของการร่วมมือ คือการผสานเทคโนโลยีและบริการเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง (Technology Integration) โดยครอบคลุมตั้งแต่

  • การผลิตและการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: รองรับทั้งการใช้งานประจำวัน ขนส่งพัสดุ รับส่งอาหาร และฟลีตเชิงพาณิชย์
  • นวัตกรรมแบตเตอรี่อัจฉริยะ: นำระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และโมดูลแบตเตอรี่ลิเธียมประสิทธิภาพสูงมาใช้เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
  • ระบบชาร์จและตู้ชาร์จอัจฉริยะ: พัฒนาสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบบควบคุมและติดตามสถานะแบบเรียลไทม์
  • การเชื่อมโยงระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชัน: บริหารจัดการผ่านระบบ Cloud, ระบบจัดการพลังงาน (Energy Management System), Solar Roof และแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสถานี ชำระเงิน และเช็กสถานะได้อย่างสะดวกสบาย
  • บริการหลังการขายและการดูแลในไทย: การฝึกอบรมช่างเทคนิค การจัดหาอะไหล่ และศูนย์รับประกันในประเทศ

เทคโนโลยีและบริการทั้งหมดจากพันธมิตรจะถูกนำมาเชื่อมต่อเข้ากับ NEXA Platform แพลตฟอร์มกลางที่ผสานโครงข่ายสื่อสารและพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ NT เข้ากับระบบพลังงานของ MEAei ทำให้สถานีชาร์จ NEXA EV Station Hub ไม่ได้เป็นเพียงจุดชาร์จไฟเท่านั้น แต่เป็นศูนย์รวมบริการดิจิทัล ร้านค้า พื้นที่พักผ่อน และจุดเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะของชุมชน นอกจากนี้ ในระบบนิเวศดังกล่าวยังได้เปิดตัว ‘ELi’ (Energy Link Innovator) แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เป็นตัวแทนสื่อสารบริการชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตู้ชาร์จ และนวัตกรรมพลังงานให้ผู้ใช้งานเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ณ อาคารโทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ หลักสี่ (ชั้น 8 ห้อง 808) แบ่งออกเป็น 2 วัน คือ

  • วันแรก: พิธีลงนามระหว่าง นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT) ร่วมกับ คุณภัทรา สุวรรณเดช (กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ MEAei) ร่วมด้วย นายปิยะ รัชตวรคุณ จาก NT และ รศ. ดร.รังสรรค์ วงศ์สรรค์ จาก MEAei เพื่อสร้างแพลตฟอร์มกลาง “NEXA Platform” รวมโครงข่ายดิจิทัลและพื้นที่ของ NT เข้ากับระบบพลังงานของ MEAei พร้อมเป้าหมายตั้งสถานีชาร์จ NEXA EV Station Hub 156 แห่งทั่วประเทศ รองรับมากกว่า 48,000 จุดชาร์จ
  • วันที่สอง: พิธีลงนามระหว่าง 5 พันธมิตรภาคเทคโนโลยี ได้แก่ บริษัท เรด เทค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด, บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Zhengzhou Zhengfang Technology Co., Ltd. และ Future New Energy Technology (Thailand) Co., Ltd. เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่เทคโนโลยี EV แบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต-ประกอบ การพัฒนาแบตเตอรี่ ระบบฟาสต์ชาร์จ ตู้ชาร์จ แอปพลิเคชัน ไปจนถึงบริการหลังการขายบน NEXA Platform ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น การผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง NT, MEAei และ 5 พันธมิตรเทคโนโลยี EV ชั้นนำ นับเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนผ่านประเทศไทยเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ผ่านการนำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เข้าสู่ระบบนิเวศ NEXA EV Station Hub บนแพลตฟอร์มกลาง NEXA Platform โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดชาร์จไฟ แต่คือ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ดิจิทัลแห่งอนาคต ที่เชื่อมโยงสมาร์ตโฟน แอปพลิเคชัน รถ และผู้คนเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความสะดวกสบาย และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”