Pasquale Bruni ฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งงานประณีตศิลป์ชั้นสูงจากอิตาลี นำเสนอไอคอนิกคอลเลกชัน “Secret Garden” เผยเสน่ห์ความงามแห่งธรรมชาติ ผ่านดอกไม้ อัญมณี และประกายแห่งแสง
Pasquale Bruni (ปาสควาเล่ บรูนี่) แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีระดับโลกสัญชาติอิตาลี ก้าวสู่วาระสำคัญเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี แห่งการรังสรรค์งานประณีตศิลป์ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของมรดกงานฝีมือ วิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ และความเชื่อในพลังของธรรมชาติ ผ่านนิทรรศการ ‘Pasquale Bruni’s Secret Garden: Where Matter Becomes Light’ จัดแสดงผลงานครั้งแรกใน Fuorisalone 2026 ณ Università degli Studi di Milano ก่อนออกเดินทางสู่มหานครสำคัญทั่วโลก พร้อมกันนี้ Scintilla Gioielli (ชินติล่า โจแยลลี่) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอิตาเลียนไฟน์จิวเวลรีกว่า 20 แบรนด์ ภายใต้การบริหารของ สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ได้นำหัวใจของการเฉลิมฉลองครั้งนี้มาสู่ประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ผู้ชื่นชอบงานศิลป์ได้สัมผัสไอคอนิกคอลเลกชัน ‘Giardini Segreti’ หรือ ‘Secret Gardens’ อย่างใกล้ชิด โดยมีชิ้นงานไฮไลต์ Giardini Segreti Collier สร้อยคอที่ได้รับการยกย่องด้านดีไซน์ในระดับสากลและเป็นที่ปรารถนาของผู้คนทั่วโลก

เรื่องราวของ Pasquale Bruni เริ่มต้นขึ้นในปี 1961 ณ เวิร์กช็อปงานช่างในวาเลนซา เมืองหลวงแห่งงานช่างทองของอิตาลี จากครอบครัวผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเครื่องประดับ ผู้ได้สัมผัสกับโลหะมีค่าและอัญมณีหลากสีจากทั่วทุกแหล่งกำเนิดในแต่ละวัน ประกอบกับความละเอียดอ่อนทางศิลปะและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค หล่อหลอมให้ Pasquale Bruni กำหนดวิสัยทัศน์ที่เขามีต่อเครื่องประดับสมัยใหม่ขึ้นมา จากความเชื่อที่ว่าเครื่องประดับมิใช่สิ่งที่ต้องถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องหรือหยิบออกมาใช้เฉพาะโอกาสพิเศษอีกต่อไป หากคือรูปแบบหนึ่งของความสุขที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน เป็นสิ่งที่มอบให้และแบ่งปันแก่กันได้ อันเป็นความงามรูปแบบใหม่ที่เป็นอิสระจากขนบดั้งเดิม เปี่ยมด้วยสีสัน พลังชีวิต ดีไซน์ร่วมสมัย ความรัก และความเปล่งประกายที่สามารถสวมใส่บนร่างกาย ก่อนเติบโตสู่เมซงระดับนานาชาติที่ยังคงยึดมั่นใน Italian craftsmanship ควบคู่กับการออกแบบร่วมสมัย จนเป็นที่ยอมรับและมีบูติกในเมืองสำคัญทั่วโลก

Laurence Brunel (ลอเรนซ์ บรูเนล) Global Sales Director แห่ง Pasquale Bruni กล่าวถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ว่า “ธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Pasquale Bruni ทั้งในฐานะแรงบันดาลใจและพลังแห่งการกำเนิดและการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่แสงอาทิตย์ พระจันทร์ ต้นไม้และดอกไม้ โดยเฉพาะ ‘ดอกไม้ 5 กลีบ’ ที่มีจุดเริ่มต้นจากภาพวาดในวัยเด็ก ก่อนถูกถ่ายทอดผ่านงานอีนาเมลสีสันสดใส หรือประดับด้วยเพชรแบบ pavé ที่เปลี่ยนพื้นผิวให้เปล่งประกายราวแสงบริสุทธิ์ และพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมซง”

สัญลักษณ์ดังกล่าวนำไปสู่สุนทรียศาสตร์ในอีกรูปแบบที่สร้างสรรค์มาเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และช่วยนิยามโลกแห่งเครื่องประดับขึ้นใหม่เป็นเวลาหลายปี ก่อนถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุดผ่านคอลเลกชัน Bon Ton ในปี 2008 เคียงคู่มากับอีกหนึ่งแนวคิดที่ปฏิวัติวงการไม่แพ้กันอย่าง พื้นผิวด้านในของเครื่องประดับ แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่กลับได้รับการเก็บรายละเอียดอย่างพิถีพิถันเพื่อโอบรับผิวของผู้สวมใส่อย่างอ่อนโยน จนเครื่องประดับแต่ละชิ้นกลายเป็นความลับระหว่างเมซงและหญิงสาวผู้สวมใส่ ต่อมาในปี 1995 คอลเลกชัน Amore ได้ถือกำเนิดขึ้น ชื่อที่เปลี่ยน ‘ความรัก’ ให้กลายเป็นเครื่องประดับตัวแทนแห่งรักในชีวิตประจำวัน ที่พัฒนาต่อไปตามกาลเวลาผ่านรูปทรง อัญมณี สีสัน และความหมายใหม่โดยไม่เคยสูญเสียแก่นแท้ดั้งเดิม

หนึ่งในบทสำคัญที่สะท้อนความผูกพันระหว่าง Pasquale Bruni และธรรมชาติคือ ‘Giardini Segreti’ หรือ ‘Secret Gardens’ คอลเลกชันไอคอนิกที่สร้างสรรค์โดย Eugenia Bruni (ยูเจเนีย บรูนี่) ในปี 2015 ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนลับที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของเมืองมิลาน สถานที่ซึ่งเมื่อค้นพบทางเข้า จะเปิดสู่โลกอีกใบที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ แสงเงา และเรื่องราวอันน่าค้นหา จนนำมาสู่การตีความสวนในแบบฉบับ Pasquale Bruni ให้เป็นพื้นที่แห่งจิตวิญญาณ ความลึกลับ และความเป็นผู้หญิง ก่อนถ่ายทอดเป็นจิวเวลรีที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้สวมใส่ ผ่านรูปทรงของดอกไม้ ใบไม้ และผีเสื้อ ราวกับธรรมชาติผลิบานขึ้นบนผิวกาย

ชิ้นงานไฮไลต์ของคอลเลกชันคือ ‘Giardini Segreti Collier’ สร้อยคอที่ถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงของใบไม้ที่พริ้วไหวราวกับผีเสื้อ สื่อถึงการเดินทางของชีวิต ขณะที่กิ่งก้านของต้นไม้ถูกตีความเป็นดั่งสัมผัสของ ‘มือวิเศษ’ โอบล้อมใบไม้ที่ร้อยเรียงเป็นเส้นสายดูมีชีวิตและเคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้สวมใส่ ต่อยอดจินตนาการของ Secret Garden ผ่านจิวเวลรีหลากหลายรูปแบบ ทั้ง กำไล ต่างหู และ แหวน โดยมีตัวเลือกเฉดสี 18K Rose Gold และ 18K White Gold เติมเสน่ห์ให้แต่ละชิ้นมีมิติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้นำคอลเลกชัน ‘Rosina’ มาร่วมนำเสนอ ถ่ายทอดอีกหนึ่งมุมมองของ Pasquale Bruni ผ่านงาน High Jewellery ที่บอกเล่าเรื่องราวของความรักและพลังแห่งความเป็นผู้หญิงผ่าน ‘ดอกกุหลาบ’ อันเป็นสัญลักษณ์ของความงามและการผลิบาน โดย Eugenia Bruni ได้แรงบันดาลใจจากภาพของดอกกุหลาบเพียงดอกเดียวท่ามกลางหยาดน้ำค้างกลางหุบเขาระหว่างการเดินทาง ก่อนถ่ายทอดความประทับใจนั้นเป็นจิวเวลรีที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ กลีบดอกถูกตีความเป็นรูปทรงคล้าย Mandala สื่อถึงความสมดุลระหว่างผืนดินและท้องฟ้า ประดับด้วยเพชรแบบ Pavé ที่สะท้อนแสงราวกับกลีบดอกกำลังละลายกลายเป็นประกายบนเรือนร่าง พร้อมรายละเอียดรูปหัวใจและพระจันทร์ซึ่งซ่อนอยู่ในดีไซน์ ขณะที่ดีไซน์ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้ ไม่ว่าจะเป็นต่างหูที่เปลี่ยนจากกลีบดอกไม้เป็นพระจันทร์ หรือบรอชที่สามารถสวมเป็นจี้และแอ็กเซสซอรีได้หลากหลาย ทำให้จิวเวลรีมีชีวิตและเผยเสน่ห์ที่แตกต่างไปในทุกการเคลื่อนไหว


ภาษาแห่งความงดงามของ Pasquale Bruni สามารถสื่อสารข้ามพรมแดนและวัฒนธรรมได้อย่างไร้ขีดจำกัด สะท้อนผ่านบุคคลสำคัญระดับโลกที่เลือกสวมใส่ผลงานของเฮาส์ในวาระสำคัญ อาทิ Julia Roberts, Penélope Cruz, Naomi Campbell, Shakira, Selena Gomez, Rihanna, Doja Cat, Orlando Bloom, Eva Longoria, Julia Garner, Paris Hilton, Jennifer Lopez, Céline Dion, Dita Von Teese, Halle Berry, Lucy Liu และอีกมากมายที่ร่วมถ่ายทอดความเจิดจรัสแห่งอัญมณีและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จากฝีมือชั้นสูงโดยช่างชาวอิตาลีผู้ชำนาญการ

สำหรับนิทรรศการในวาระครบรอบ 65 ปี จัดแสดงระหว่างวันที่ 20–30 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ณ West Loggia, Università degli Studi di Milano นับเป็นครั้งแรกที่พื้นที่อันเก่าแก่และงดงามตระการตาของมหาวิทยาลัยมิลาน สถานที่สัญลักษณ์แห่งการวิจัยและองค์ความรู้ ได้กลายเป็นพื้นที่เผยให้เห็นถึงจุดกำเนิด งานฝีมือชั้นสูง และวิวัฒนาการของภาษาทางความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง สร้างสรรค์โดย Christoph Radl (คริสตอฟ ราดล์) และ Eugenia Bruni (ยูเจเนีย บรูนี่) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของเมซง ผู้เปลี่ยนพื้นที่ West Loggia ให้กลายเป็น ‘สวนลับ’ ที่มีสีสัน กลิ่นหอม และเสียงแห่งธรรมชาติร่วมกันสร้างประสบการณ์อันเหนือจริงและเต็มไปด้วยประสาทสัมผัส เครื่องประดับจัดแสดงท่ามกลางพรรณไม้ราวกับการค้นพบสิ่งล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ ขณะที่พื้นกระจกช่วยขยายภาพของพรรณไม้และเงาสะท้อนออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด โดยผลงานจำนวนมากที่จัดแสดงได้รับการเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชันส่วนตัวของครอบครัวมานานหลายทศวรรษ และเผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ดังคำกล่าวของ Eugenia Bruni “ในธรรมชาติ มีปาฏิหาริย์แห่งแสงที่พร้อมจะมาบรรจบกับสายตาของเราอยู่เสมอ”

นิทรรศการในเมืองมิลานถือเป็นก้าวแรกของการเดินทางครั้งใหม่ ก่อนเดินทางต่อสู่ New York มหานครที่เมซงเพิ่งเปิด Casa Pasquale Bruni ณ 789 Madison Avenue แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในอเมริกาเหนือ ตามด้วย London บน Old Bond Street และ Paris บน Rue du Faubourg Saint-Honoré ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะกลับสู่วาเลนซาในเดือนธันวาคม เมืองต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด ภายในโรงงานของเฮาส์จะถูกจัดเป็นพื้นที่แสดงถาวร พร้อม Artisan Corner เปิดให้เข้าชมโดยการนัดหมาย เผยให้เห็นตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นจาก savoir-faire และการแสวงหาความงามอย่างไม่หยุดนิ่ง

สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ผู้บริหาร Scintilla Gioielli ทำหน้าที่คัดสรรอิตาเลียนไฟน์จิวเวลรีเข้าสู่ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การคัดเลือกแบรนด์เข้ามาสู่ Scintilla Gioielli สำหรับแพมแล้วไม่แตกต่างจากการคัดเลือกผลงานศิลปะเข้าสู่คอลเลกชัน สิ่งที่เรามองหาไม่ใช่เพียงความสวยงามหรือชื่อเสียง แต่คือเรื่องราว ปรัชญา และจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกชิ้นงาน Pasquale Bruni คือเฮาส์ที่มีทั้งสามสิ่งนี้ครบ และตลอด 65 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ไม่เคยทำจิวเวลรีเพื่อให้เป็นเพียงวัตถุประดับตกแต่ง แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นบทสนทนาระหว่างธรรมชาติ ช่างฝีมือ และผู้สวมใส่ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของเราที่ว่าไฟน์จิวเวลรีที่แท้จริงคืองานศิลปะที่มีชีวิต แพมอยากให้คนไทยได้มีโอกาสยืนอยู่ตรงหน้าชิ้นงานเหล่านี้ ได้เห็นรายละเอียดงานด้านในที่ไม่มีใครมองเห็น เพราะความงามบางอย่างต้องสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ”

Secret Garden จึงไม่ใช่เพียงบทเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 65 ปีของเฮาส์ หากคือการพาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัสรากเหง้าของ Pasquale Bruni ผ่านธรรมชาติ งานประณีตศิลป์ และจิวเวลรีที่เปรียบเสมือน ‘ความลับ’ อันงดงามบนเรือนร่าง ก่อนร้อยเรียงให้กลายเป็นภาษาของความงามที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ ร่วมสมัย และยังคงมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ดุจสวนลับที่แม้จะถูกค้นพบแล้ว แต่ยังคงมีเรื่องราวใหม่ให้หลงใหลอยู่ในทุกครั้งที่มอง
ร่วมสัมผัสเสน่ห์ความงามแห่งธรรมชาติ และรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pasquale Bruni ได้ที่ Scintilla Gioielli Boutique ชั้น M ศูนย์การค้า Siam Paragon หรือช่องทางออนไลน์ที่ www.scintillagioielli.com พร้อมติดตามข่าวสารและอัปเดตเทรนด์จิวเวลรีล่าสุดได้ทาง Instagram: @scintilla_gioielli และ Line OA: @scintillabkk

0