5 เชฟชื่อดังร่วมรังสรรค์ 10-Hands Charity Dinner เพื่อการกุศลที่ ร้านฤดูกาล (Le Du Kaan)
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 4 กุมภาพันธ์ 2569 – ร้านฤดูกาล ร้านอาหารไทยบนรูฟทอปแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร บนชั้น 56 ของ เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ (EA Rooftop at The Empire) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับศิลปะอาหารไทยสู่สากล พร้อมตอบแทนสังคมผ่าน 10-Hands Charity Dinner ดินเนอร์การกุศลสุดพิเศษที่รวมตัว 5 เชฟแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เหนือระดับ พร้อมร่วมสมทบทุนสร้างรอยยิ้มและเปลี่ยนชีวิตให้กับเยาวชนไทย

ในค่ำคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้สร้างชื่อเสียงให้วงการอาหารไทยด้วยรางวัลมิชลินหลายสมัย และ เชฟแบงค์-ชัชวาล วราหะจีระกุล หัวหน้าเชฟผู้มากฝีมือแห่งร้านฤดูกาล พร้อมเปิดครัวต้อนรับ 3 เชฟรับเชิญจากร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจากมิชลิน ได้แก่ เชฟโอ๊ต-ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ จากร้านเห (Heh) ภูเก็ต, เชฟนัท-ณัฐศักดิ์ ปรางทอง จากร้าน Sood by Chef Ton ร้านอาหารไทยชื่อดังในปีนัง และ เชฟม่อน-สุวิจักขณ์ กังแฮ จากร้านหรอย (Royd) ร้านอาหารใต้ร่วมสมัยในภูเก็ต
เชฟทั้ง 5 ท่านจะร่วมกันรังสรรค์คอร์สเมนูพิเศษ 8 รายการ ที่จะพานักชิมออกเดินทางไปสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ 4 ภูมิภาคทั่วไทย (เหนือ, อีสาน, ตะวันออก และใต้) ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดตามฤดูกาล ผสานเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อันล้ำสมัย โดย รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมจะมอบให้แก่ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย (Operation Smile Thailand) เพื่อสนับสนุนการผ่าตัดรักษาเด็กไทยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติบนใบหน้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เส้นทางสายอาหารจากเหนือจรดใต้
เริ่มต้นการเดินทางท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของร้านฤดูกาล ด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย โดย เชฟต้นและเชฟแบงค์ นำเสนอยำแตงกวา สไตล์ล้านนาที่ชูความสดชื่นของแตงกวาผสานรสชาติจัดจ้านและกลิ่นหอมของสมุนไพร ตามด้วย เชฟโอ๊ต กับเมนู ยำข้าวพองปลาช่อนทะเล อาหารว่างโบราณจากภาคตะวันออกที่ใช้ข้าวพองคลุกเคล้าเครื่องปรุงรสจัดจ้าน เสิร์ฟคู่กับเนื้อปลาช่อนทะเล

จากนั้น เชฟนัท จะพาทุกท่านเดินทางสู่ที่ราบสูงภาคอีสานด้วย ลาบเป็ดร้อยเอ็ด ที่เน้นความหอมของเครื่องเทศและเนื้อเป็ดสับละเอียด ก่อนที่ เชฟม่อน จะโชว์ความสดของอาหารทะเลจากอันดามันในเมนู แกงส้ม ที่นำปลาหมึกและสับปะรดภูเก็ต เพิ่มความเผ็ดร้อนด้วยพริกแกงส้มรสชาติเข้มข้นถึงใจ
สำหรับการเดินทางในเมนูจานหลัก เชฟต้นและเชฟแบงค์ ได้ตีความเมนูภาคเหนืออย่าง แกงฮังเล ใหม่ในรูปแบบ เนื้อเวลลิงตัน (Beef Wellington) เสิร์ฟพร้อมซอสแกงฮังเลรสเข้มข้นและยำขนุนอ่อน ต่อด้วยเมนูจากภาคตะวันออกโดย เชฟโอ๊ต กับ แกงหมูชะมวง ที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพเยี่ยมเคี่ยวกับใบชะมวงจนได้รสเปรี้ยวกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์

จากนั้นลิ้มรสเมนูพื้นถิ่นจากอำเภอเชียงคานโดย เชฟนัท กับ หมกหน่อไม้หมูสามชั้น เมนูที่สะท้อนวัฒนธรรมริมฝั่งโขง ก่อนจะปิดท้ายการเดินทางด้วย แกงใบยี่หร่าปลา ฝีมือ เชฟม่อน ที่เลือกใช้ปลาสดจากทะเลอันดามัน ปรุงกับใบยี่หร่าให้กลิ่นหอมร้อนแรงและเผ็ดร้อนตามฉบับอาหารใต้แท้ๆ

ปิดท้ายการผจญภัยอันโอชะด้วยของหวานรสเลิศอย่าง ขนมกง เมนูสุดสร้างสรรค์ที่หยิบยกเอาขนมไทยโบราณที่มีรูปทรงคล้ายล้อเกวียน นิยมใช้ในเทศกาลงานบุญหรืองานมงคลเพื่อสื่อถึงการก้าวไปข้างหน้า มาตีความใหม่ในสไตล์มองบลังค์ โดยผสมผสานครีมถั่วเขียวเนื้อเนียนละเอียดเข้ากับน้ำกะทิอบควันเทียนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมแป้งชู (Choux pastry) ที่กรอบนอกนุ่มใน และเมล็ดบัวคั่วเคี้ยวมัน

งาน 10-Hands Charity Dinner ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตา ณ ร้านฤดูกาล ชั้น 56 ของเอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ จะจัดขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17:30 – 22:30 น. ราคา 3,500++ บาท ต่อท่าน (สำรองที่นั่งขั้นต่ำ 2 ท่านขึ้นไป) ที่นั่งมีจำนวนจำกัด รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ https://tinyurl.com/LDK7XPR สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อผ่านช่องทางต่อไปนี้:
- เว็บไซต์: https://www.ledukaan.com
- เฟสบุ๊ก: https://www.facebook.com/ledukaan
- อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/ledukaan
- ไลน์ OA: @ledukaan
- เบอร์โทรศัพท์: +66 (0) 2 407 1654
- อีเมล: ea-reservations@marriotthotels.com
ทำความรู้จักกับเหล่าเชฟ

เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร
Chef Owner, Le Du and Le Du Kaan
เชฟผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการอาหารไทยระดับไฟน์ไดนิ่ง เชฟต้นจบการศึกษาจากสถาบันชื่อดังอย่าง Culinary Institute of America (CIA) และได้สั่งสมประสบการณ์ในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์หลายแห่งในนิวยอร์ก อาทิ Eleven Madison Park, The Modern และ Jean Georges เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย เชฟต้นได้สร้างสรรค์ร้านอาหารที่ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย และเป็นเชฟชาวไทยเพียงคนเดียวที่มีร้านอาหารอาหารถึงสองแห่ง ได้แก่ฤดู (Le Du) และนุสรา (Nusara) ติดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก (World’s 50 Best Restaurants) ประจำปี 2568 โดยร้านฤดู ยังได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดวง และเคยคว้าอันดับ 1 ในลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants ประจำปี 2566 ปัจจุบันเชฟต้นมุ่งมั่นที่จะยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ณ ร้านฤดูกาล ร้านอาหารไทยบนรูฟท็อปแห่งแรกของกรุงเทพฯ

เชฟแบงค์ – ชัชวาล วราหะจีระกุล
Chef de Cuisine, Le Du Kaan
เชฟผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและทักษะอันยอดเยี่ยม หัวหน้าเชฟผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยที่ร้านฤดูกาล เชฟแบงค์จบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์ที่ร้านสวรรค์ (Saawaan) ระดับมิชลินสตาร์ และได้นำพาความสำเร็จมาสู่ห้องอาหารจรัส (Jaras) ทั้งในหัวหินและภูเก็ต หลังจากสร้างผลงานโดดเด่นที่ร้านสมุทร (Samut) ในภูเก็ต ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นร้านอาหารอันดับ 1 ในภูเก็ตประจำปี 2565 เชฟแบงค์ได้รับความไว้วางใจจากเชฟต้นให้มาเป็นผู้นำทีมที่ร้านฤดูกาลเพื่อถ่ายทอดรสชาติอาหารไทยผ่านเทคนิคที่ประณีตและสร้างสรรค์

เชฟโอ๊ต – ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ
Chef Owner and Head Chef, Heh
เชฟยอดฝีมือผู้เคยใช้เวลาถึง 10 ปีในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยร่วมงานกับร้านอาหารทั้งสไตล์แคชชวลและไฟน์ไดนิ่ง รวมถึงเคยดูแลด้านอาหารในอีเวนต์ระดับโลกอย่าง Australian Open, Formula 1 Australian Grand Prix และ Melbourne Cup Carnival นอกจากนี้เชฟโอ๊ตยังเป็นผู้นำทีมคว้าชัยชนะในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย (Iron Chef Thailand) ปี 2564 และ Top Chef Thailand ปี 2563 ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของร้านเห (HEH) ในภูเก็ต ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอาหารออสเตรเลียร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากภาคใต้และทะเลอันดามัน ร้านเหได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ปี 2567 และ 2565 พร้อมคว้ารางวัล Rising Star Award จาก Tatler Best Thailand ปี 2567

เชฟนัท – ณัฐศักดิ์ ปรางทอง
Chef de Cuisine, Sood by Chef Ton
ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการอาหารไทยและศิษย์เอกของเชฟต้น เชฟนัทผ่านการทำงานในครัวชั้นนำหลายแห่งและมีความเชี่ยวชาญในการผสมผสานเทคนิคไทยดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ที่ทันสมัย อาหารของเขาให้เกียรติมรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทยควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ปัจจุบันเชฟนัทดูแลทีมงานที่ Sood by Chef Ton ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นของเชฟต้น ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเน้นการใช้วัตถุดิบพรีเมียมและรสชาติที่จัดจ้าน สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา โดยร้าน SOOD ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่มิชลินไกด์เป็นครั้งแรกในปี 2569

เชฟม่อน – สุวิจักขณ์ กังแฮ
Chef Owner, Royd
เชฟชาวภูเก็ตโดยกำเนิด ผู้มีความเข้าใจในอาหารใต้อย่างลึกซึ้งอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเริ่มเรียนรู้ศิลปะการทำอาหารจากร้าน กับกล้วย (Kaab Gluay) ธุรกิจครอบครัว ก่อนจะจบหลักสูตรจาก The Oriental Hotel Apprenticeship Program (OHAP) และคว้าชัยชนะในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยปี 2563 ปัจจุบันเชฟม่อนดูแลร้านหรอย (Royd) ร้านอาหารใต้สุดเก๋ในภูเก็ต ที่หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมยกระดับอาหารพื้นถิ่นสู่มาตรฐานไฟน์ไดนิ่ง ร้านหรอยได้รับการคัดเลือกจากมิชลินไกด์ติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน และเชฟม่อนยังได้รับรางวัล 2026 MICHELIN Young Chef Award presented by Blancpain

0