คอนโด…ซ่อนปริศนา Heaven Haven คว้ารางวัลชนะเลิศ “รางวัลชมนาด ครั้งที่ 15”
แม้โลกจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีและคอนเทนต์ออนไลน์ แต่ “หนังสือ” ยังไม่เคยหายไปไหน เพราะยังเป็นพื้นที่ของจินตนาการ ความคิด และเรื่องราวที่แฝงไปด้วยความรู้ ข้อคิด ส่งต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนอย่างเป็นหลักเป็นฐาน รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สร้างพื้นที่ให้นักเขียนหญิง ได้แสดงความสามารถในด้านการสร้างสรรค์งานวรรณกรรม และต่อยอดจากพลังของตัวอักษรสู่เวทีสากล
ในปีนี้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เดินหน้าตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนวงการวรรณกรรมไทย ผ่านโครงการ Chommanard Book Prize ครั้งที่ 15 (ประเภทนวนิยาย) โดยจัดงานประกาศผลอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่สีลม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดย รางวัลชนะเลิศ ตกเป็นของ คอนโด…ซ่อนปริศนา (heaven haven)” ชื่อที่ส่งเข้าประกวด “คอนโดคนดี (heaven haven)” โดย วีรดา ดีเป็นธรรม นามปากกา: วรีดา ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “ไม่มีใครควรกินข้าวตามลำพัง” โดย ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์ นามปากกา: มังคุด

ภายในงานยังได้ได้รับเกียรติจาก ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี และผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงวรรณกรรม นำโดย ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557, กนกวลี พจนปกรณ์ นักเขียนและ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย อาทร เตชะธาดา, ดร.อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละครและประธานบริษัท บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น จำกัด, ธีรนาฏ โชควัฒนา, สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ เป็นต้น
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนาคารกรุงเทพมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนรางวัลชมนาด ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และจินตนาการผ่านงานวรรณกรรม พร้อมสร้างกำลังใจให้ทั้งนักเขียนรุ่นใหม่และนักเขียนในวงการ
“เราเชื่อว่าการสนับสนุนนักเขียน ไม่ได้หมายถึง “เพียงการสนับสนุนหนังสือหนึ่งเล่ม แต่คือการสนับ สนุนความฝันและความกล้าที่จะสร้างสรรค์ผลงาน” และสิ่งที่ทำให้รางวัลชมนาดมีความหมายยิ่งขึ้น คือผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับโอกาสในการแปลผลงานเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้เรื่องราวและเสียงของนักเขียนไทยได้ก้าวไปสู่ผู้อ่านในระดับสากล “พลังของตัวอักษร” สามารถจุดประกายความคิด สร้างสรรค์ กอปร์กับบันดาลใจ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ได้เสมอ ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า เพื่อให้วรรณกรรมไทยได้เติบโตและก้าวไกลสู่นานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิร่วมกัน”
อาทร เตชะธาดา กรรมการบริหารสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และผู้ร่วมก่อตั้งรางวัลชมนาด กล่าวว่ารางวัลชมนาดคือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของนักเขียนหญิงที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านการเขียน ตลอดระยะเวลาร่วม 20 ปีที่ผ่านมามีนักเขียนหญิงส่งผลงานเข้าประกวดเพิ่มขึ้นแทบทุกครั้ง โดยผลงานชนะเลิศจะได้รับการจัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักอ่านทั่วโลก มีหลายผลงานที่ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาอื่นๆ มากมาย อาทิ หนังสือสารคดีเรื่อง “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” ของ ธนัดดา สว่างเดือน (หนิง เอรี่) ซึ่งได้รับรางวัลชมนาดครั้งที่ 2 ได้รับการแปลและตีพิมพ์เผยแพร่รวมทั้งสิ้น 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ (ในชื่อ I am ERI: My Experience Overseas), ภาษาจีน, ภาษาเวียดนาม และ co-edition กับสำนักพิมพ์ August ในมาเลเซีย เป็นตัวอย่างและเรื่องอื่นๆ ฯลฯ
“จากวันแรกที่ตั้งใจอยากให้มีเวทีของนักเขียนหญิง ถึงวันนี้ที่รางวัลชมนาด กลายเป็นที่รู้จักของวงการหนังสือทั่วโลก สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ได้มีการจัดโรดโชว์นำผลงานและวรรณกรรมไทยไปจัดแสดงและเผยแพร่ในต่างประเทศเป็นประจำทุกปี แทบทุกภูมิภาคแล้วในภูมิศาสตร์ของโลก ก็รู้จักรางวัลชมนาดและยอมรับความสามารถนักเขียนไทย ทั้งหมดนี้เพื่อผลักดันและสร้างโอกาสให้ผลงานนักเขียนไทยทั้งชมนาดและนักเขียนท่านอื่นๆ ให้ก้าวสู่ระดับสากล นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมพบปะนักอ่าน ร่วมออกบูธในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ เพื่อส่งเสริมการอ่านและประชาสัมพันธ์ผลงานใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จัก เพราะเราเชื่อว่า หนังสือ เปรียบเสมือนต้นน้ำแห่งความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างปัญญา สมาธิ จินตนาการ และเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของภาษา”

กนกวลี พจนปกรณ์ กรรมการรอบตัดสิน และตัวแทนกรรมการรับคัดเลือก และอดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เผยถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผลงาน ว่า คณะกรรมการให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ขององค์รวมนวนิยายเป็นสำคัญ โดยพิจารณาควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์ในเนื้อหา กลวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ และคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ในการประพันธ์ เพื่อให้ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกมีความโดดเด่นทั้งในด้านเนื้อหาและการสร้างสรรค์ทางวรรณกรรม
“นักเขียนไทยยุคนี้มีพัฒนาการด้านเนื้อหาและกลวิธีการเล่าเรื่องที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งแนวฆาตกรรม ผี ดิสโทเปีย ยูโทเปีย โรแมนติก ดราม่า รวมไปถึงแนว Boy Love Girl Love มีการนำเทคนิคการเล่าเรื่องใหม่ ๆ มาใช้ เช่น การเล่าแบบกระแสสำนึกและการสลับช่วงเวลา โดยการพิจารณาผลงานไม่ได้มองเพียงความคิดสร้างสรรค์ เนื้อหา พล็อต และการใช้ภาษา แต่ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์และผลกระทบต่อบุคคลหรือสิทธิทางการค้า ขณะเดียวกันนักเขียนรุ่นใหม่ควรฝึกฝนด้วยการอ่านงานหลากหลายแนว เพื่อเพิ่มพูนคลังคำศัพท์ ค้นหาวิธีเล่าเรื่องและสไตล์ของตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในงานเขียน ซึ่งอาจทำให้ภาษามีลักษณะเป็นประโยคสั้น ๆ ขาดคำเชื่อมทำให้ขาดความลื่นไหลในการช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน ดังนั้นการอ่านและฝึกเขียนอย่างต่อเนื่องจึงยังเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาตนเองของนักเขียน” กนกวลีกล่าว

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาผลงาน ประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่ ผลงานต้องมีองค์รวมของนวนิยายที่สมบูรณ์, มีความคิดสร้างสรรค์ในเนื้อหาและมีกลวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ, มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ในการประพันธ์ และในกรณีที่เกิดประเด็นหรือข้อพิจารณานอกเหนือจากหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ
โดยการประกวดชมนาดครั้งที่ 15 มีผลงานผ่านเข้าสู่รอบตัดสินจำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ 1.คอนโดคนดี (heaven haven) โดย วีรดา ดีเป็นธรรม นามปากกา: วรีดา 2. ภาพซ้อนซ่อนเสียง โดย ภัทรพร สะลีมา นามปากกา: ภัทรภิญญ์ 3. สืบสมองกล ฆาตกรรมในเสื้อกาวน์ โดย ชัญญา ศรีธัญรัตน์ นามปากกา: ANNIEmalista (แอนนีมาลิสต้า) 4. กรงกตัญญู โดย ชฎากาญ วโรดมย์กร 5. ไม่มีใครควรกินข้าวตามลำพัง โดย ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์ นามปากกา: มังคุด 6. รถไฟขบวนนั้นชื่อว่า “รักและคิดถึง” โดย นิตยา จันฤาไชย นามปากกา: ณิยตา 7. Loves for Losers…รักเสมือนแด่ผู้แหลกสลาย โดย เสาวลักษณ์ พิพัฒนานุกูลชัย นามปากกา เอิงเอย 8. ภาพยนตร์แห่งรัก (The Movies of Love) โดย เสาวรี เอี่ยมลออ นามปากกา : เสาวรี

วีรดา ดีเป็นธรรม ผู้ชนะเลิศรางวัลชมนาด กล่าวว่า “แรงบันดาลใจในการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลชมนาดเริ่มจากคุณพ่อแนะนำให้รู้จักรางวัลและนำหนังสือที่เคยได้รับรางวัลมาให้อ่าน ทำให้เห็นว่าเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้นักเขียนหญิงและมีงานเขียนหลากหลายแนว จึงตัดสินใจลองเขียนงานส่งประกวดเป็นครั้งแรก โดยส่วนตัวชื่นชอบการอ่านและการเขียนตั้งแต่เด็กๆ เคยเขียนนิยายรักโรแมนติกโพสต์ลงโซเชียลและให้คนในครอบครัวเท่านั้น แต่พอโตขึ้นทุ่มเทให้กับการเรียนและเดินสายงานด้านบัญชี ประกอบกับความชอบในการคิดอย่างเป็นระบบมาต่อยอดพล็อตเรื่องซึ่งส่วนตัวชื่นชอบแนวทริลเลอร์และสืบสวน การได้รับรางวัลนี้รู้สึกดีใจที่ผลงานที่เคยคิดว่าอาจไม่มีคนอ่าน ได้รับโอกาสก้าวไปสู่ผู้อ่านวงกว้างและมีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ”

ชญานันท์ เอี่ยมสำอาง ผู้ชนะเลิศอันดับ 2 เปิดเผยว่า รู้สึกประทับใจที่มีเวทีนี้ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ของตัวเอง โดยมองว่าความละเอียดอ่อนและประสบการณ์ของผู้หญิงสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวและข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนได้ หลังจากเคยส่งผลงานประกวดและร่วมงานเมื่อปีก่อน จึงเกิดแรงบันดาลใจให้กลับมาส่งผลงานอีกครั้งเป็นปีที่ 2 พร้อมนำประสบการณ์จากการทำงานด้านภาษาและเรื่องราวใกล้ตัวมาต่อยอดงานเขียน แม้ยังอยู่ในช่วงค้นหาแนวทางของตัวเอง แต่ตั้งใจพัฒนาฝีมือและทดลองสร้างสรรค์ผลงานในหลากหลายแนวต่อไป
สำหรับการประกวดรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 16 สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.praphansarn.com หรือ Facebook : Praphansarn.com

0