Pennii Premium Popcorn จับมือ Karun Thai Tea สร้าง “Thai Tea Popcorn” ถ่ายทอดชาไทยระดับคราฟต์สู่ของว่างพรีเมียมเพื่อสุขภาพครั้งแรกในไทย

บริษัท Pennii Premium Popcorn แบรนด์ป๊อปคอร์นพรีเมียมจากประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Pennii X Karun – Thai Tea Popcorn” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ผ่านความร่วมมือกับ Karun Thai Tea แบรนด์ชาไทยร่วมสมัยที่โดดเด่นด้านการยกระดับชาไทยแบบดั้งเดิมสู่ประสบการณ์ใหม่ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก เซเลบริตี้ที่ชื่นชอบรสชาติและเป็นแฟนคลับของ Pennii Premium Popcorn ไปร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้มากมาย อาทิ คุณมาร์ค ธาวิน พี เซียวตง, คุณเฌอร์ลิญา ธนัชพัฒน์โศภิต และ คุณกัณฑ์ชลัยย์ ธนาดิลก ฯลฯ และร่วมทดลองรสชาติ Thei Tea Popcorn ด้วยตัวเอง

คุณหญิง – พรพิมล ปักเข็ม

“คุณพรพิมล ปักเข็ม” หรือ คุณหญิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZChief Executive Officer) PENNIN PENNY PATISSERIE CO., LTD. Premium Air-Popped Popcorn Manufacturer & OEM Partner กล่าวว่า “การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Pennii ที่ต้องการผลักดัน รสชาติไทย วัตถุดิบไทย และเรื่องราวของไทย ให้ก้าวสู่ตลาดโลกในรูปแบบร่วมสมัยมากขึ้น “วัตถุดิบไทย รสชาติไทย และเรื่องราวของไทย สามารถถูกเล่าใหม่ได้ โดยยังคงคุณค่าและตัวตนเดิมไว้”

คุณหญืง – พรพิมล ปักเข็ม, คุณรัส – ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ

ด้าน ‘รัส’ คุณธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ CEO Karun Beverage Thailand (Karun Thai Tea) กล่าวว่า “Karun เชื่อมาตลอดว่าชาไทยไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในรูปแบบของเครื่องดื่ม แต่ควรเป็นวัฒนธรรมและรสชาติที่สามารถถูกถ่ายทอดออกไปได้ในหลากหลายรูปแบบ สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือความพิถีพิถันในการคัดเลือกชา การสกัดรสชาติ และการรักษาเอกลักษณ์ที่แท้จริงของชาไทยเอาไว้ เมื่อได้พูดคุยกับทีม Pennii เราเห็นความตั้งใจเดียวกันในการยกระดับวัตถุดิบไทยและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค จึงเกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้

สิ่งที่ทำให้เราประทับใจมาก คือ Pennii สามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของชาไทยออกมาเป็นป๊อปคอร์นได้อย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของกลิ่น รสชาติ และความรู้สึกเมื่อรับประทาน โดยยังคงเอกลักษณ์ของชาไทยเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน และที่สำคัญ Pennii เป็น airpopping ที่รู้สึกว่าทานได้เพลินมาก เข้ากับชาไทยได้เป็นอย่างดี เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ Pennii X Karun Thai Tea Popcorn จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำวัฒนธรรมไทยมาสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ และทำให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์ของชาไทยในมิติที่แตกต่างออกไป”

Pennii : จากความรักของแม่ สู่แบรนด์ป๊อปคอร์นไทยระดับสากล

Pennii Premium Popcorn เริ่มต้นจากความตั้งใจของคุณแม่คนหนึ่ง ที่อยากสร้างของว่างที่อร่อยและดีต่อสุขภาพให้ลูก จนพัฒนาเป็นแบรนด์ป๊อปคอร์นพรีเมียมของไทยที่ขยายตลาดไปหลายประเทศ

ปัจจุบัน Pennii มุ่งผลักดันภาพจำใหม่ให้ป๊อปคอร์นไทยเป็นมากกว่าขนม แต่เป็น ของฝากพรีเมียมจากประเทศไทย และ Healthy Snack สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก

Pennii โดดเด่นด้วย

  • Air Pop Technology – ไม่ใช้น้ำมันในกระบวนการผลิต ช่วยลดไขมันและให้สัมผัสกรอบเบา
  • Premium Ingredients Worldwide – คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากหลายประเทศทั่วโลก
  • Made with Love, Selected with Care – ทุกผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากความใส่ใจ
  • Thai Premium Gift Snack – ผลักดันขนมไทยสู่ตลาดของฝากระดับสากล
  • Healthy Indulgence – สมดุลระหว่างสุขภาพและความอร่อย

จากร้านเล็กๆ ในประเทศไทย วันนี้ Pennii มีการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าสร้างภาพจำใหม่ให้ของว่างจากไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล

Karun : ผู้เชี่ยวชาญด้านชาไทยร่วมสมัย

สำหรับ Karun Thai Tea เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับด้านการนำเสนอชาไทยในรูปแบบร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกใบชา คุณภาพวัตถุดิบ และการตีความ “ชาไทย” ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์และความละเมียดของชาไทยไว้อย่างชัดเจน

Karun เชื่อว่า “ชาไทยไม่ควรเป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นวัฒนธรรมที่สามารถถูกถ่ายทอดในรูปแบบใหม่ได้เสมอ”

เมื่อ DNA ของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน

การผสานจุดแข็งของ Pennii และ Karun จึงนำไปสู่การพัฒนา Thai Tea Popcorn ซึ่งสะท้อนตัวตนของทั้งสองแบรนด์ผ่าน

  • กลิ่นชาไทยเข้มข้นจากความเชี่ยวชาญของ Karun
  • รสชาติสมดุล ละมุน และร่วมสมัย
  • เนื้อสัมผัสกรอบเบาแบบ Air Pop ของ Pennii
  • Healthy Premium Snack ที่รวมคุณภาพ ความใส่ใจ และเรื่องราวของไทย
  • การนำวัฒนธรรมชาไทยมาถ่ายทอดในรูปแบบของว่างสมัยใหม่
  • มากกว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการรวมตัวของ 2 ความเชี่ยวชาญจากไทย

Pennii ถ่ายทอดความรัก สุขภาพ และนวัตกรรมผ่านของว่างพรีเมียม

Karun ถ่ายทอดวัฒนธรรมชาไทยผ่านความละเมียดของรสชาติ

และเมื่อทั้งสองแนวคิดมารวมกัน จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการพา

“รสชาติของประเทศไทย ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก”