เช็ค พ.ร.บ. รถยนต์หมดอายุหรือยัง? วิธีตรวจสอบและต่ออายุแบบง่ายๆ

สำหรับใครที่กำลังจะซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของรถ เพราะไม่เพียงแต่จะต้องเสียภาษีรถยนต์ในทุกปีเมื่อถึงกำหนดต้องชำระเท่านั้น หากแต่จะต้องเช็ค พ.ร.บ. รถยนต์ ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย ซึ่ง พ.ร.บ. คืออะไร ทำไมเจ้าของรถทุกคนจะต้องจัดทำ บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ พ.ร.บ. พร้อมกับวิธีการตรวจสอบกัน

พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร? และทำไมต้องเช็ค?

พ.ร.บ. รถยนต์ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำ ว่าด้วยกฎหมายการทำ พ.ร.บ. นี้ขึ้นมามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนน โดยจะให้ความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บหรือค่าปลงศพในกรณีที่มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น

การ เช็ค พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุมีความสำคัญอย่างไรไปดูกัน

  1. การที่ขับขี่รถยนต์โดยที่ไม่มี พ.ร.บ. หรือ พ.ร.บ. หมดอายุ ถือว่าเจ้าของรถกระทำผิดกฎหมายจราจร มีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท
  2. พ.ร.บ. เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี หากไม่มี พ.ร.บ. จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้
  3. พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยต่างๆ แก่ผู้ประสบภัยจากรถยนต์
  4. พ.ร.บ. เป็นหลักประกันให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลในการรักษาผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ร.บ. หมดอายุดูอย่างไร

สำหรับการ เช็ค พ.ร.บ. รถยนต์ หมดอายุนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. ตรวจสอบจากเอกสาร พ.ร.บ. โดยดูจากสำเนากรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ได้รับจากบริษัทประกันภัย ซึ่งจะระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองไว้อย่างชัดเจน
  2. ตรวจสอบจากป้ายวงกลมติดรถ สังเกตป้ายวงกลมที่ติดอยู่หน้ารถ ซึ่งจะระบุวันหมดอายุของ พ.ร.บ. ไว้ด้วย (แต่บางครั้งอาจไม่ชัดเจนหรือมีการเปลี่ยนแปลง)
  3. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทประกันภัยที่ทำ พ.ร.บ. หรือผ่านแอปพลิเคชันของบริษัท (ถ้ามี) โดยกรอกข้อมูลรถยนต์ของคุณเพื่อตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ.
  4. ติดต่อบริษัทประกันภัยที่คุณทำ พ.ร.บ. ด้วยโดยตรง เพื่อสอบถามวันหมดอายุของ พ.ร.บ. รถยนต์ของคุณ

ขั้นตอนการต่ออายุ พ.ร.บ. และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

หาก เช็ค พ.ร.บ. รถยนต์ ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุก่อนที่จะชำระภาษี ควรรีบดำเนินการต่ออายุทันที โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการต่อ พ.ร.บ. ได้แก่ สำเนาทะเบียนรถหรือคู่มือจดทะเบียนรถ
  2. ติดต่อบริษัทประกันภัยที่ต้องการทำ พ.ร.บ. ด้วย (อาจเป็นบริษัทเดิมหรือบริษัทใหม่ก็ได้)
  3. แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต เลขตัวถัง และเลขทะเบียนรถ
  4. ชำระค่าเบี้ยประกัน พ.ร.บ. ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ เช่น รถเก๋ง รถกระบะ รถจักรยานยนต์
  5. หลังจากชำระเงินแล้วจะได้รับเอกสาร พ.ร.บ. ซึ่งประกอบด้วยกรมธรรม์

เช็ค พ.ร.บ. ล่วงหน้าป้องกันปัญหาการใช้งานรถผิดกฎหมาย

เพื่อป้องกันปัญหา พ.ร.บ. หมดอายุโดยไม่รู้ตัวและเพื่อความไม่ประมาทในการใช้รถใช้ถนน ควรตรวจสอบวันหมดอายุของ พ.ร.บ. เป็นประจำและควรต่ออายุ พ.ร.บ. ล่วงหน้าก่อนหมดอายุอย่างน้อย 1 – 2 เดือน โดยปกติแล้วกรมการขนส่งทางบกจะอนุญาตให้เจ้าของรถสามารถที่จะต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้ 1 ปี (ขึ้นอยู่กับบริษัท) และภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ 90 วัน การวางแผนต่ออายุ พ.ร.บ. ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณมีเวลาในการเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยต่างๆ และยังช่วยให้คุณไม่ลืมที่จะต่ออายุ พ.ร.บ. ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้

ดังนั้นการตรวจสอบวันหมดอายุของ พ.ร.บ. รถยนต์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุและพร้อมให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน การ เช็ค พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับตัวคุณเองและผู้ร่วมใช้ถนน