กสม. ร่วมยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการร้องเรียนการละเมิดสิทธิฯ

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.)ร่วมกับกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) จัดงาน “เปิดตัวกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก” (Child-Friendly Complaint Mechanism) เพื่อสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ช่องทางรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนสำหรับเด็กและแหล่งข้อมูลความรู้เรื่องสิทธิเด็กบนเว็บไซต์ของสำนักงาน กสม. ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคนและทุกช่วงวัยรวมทั้งเด็กด้วย ซึ่งเด็กมีสิทธิ สามารถใช้และปกป้องสิทธิของตัวเองได้ อย่างไรก็ตามจากสถิติและข้อมูลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า จำนวนเรื่องร้องเรียนที่เด็กยื่นโดยตรงต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีสัดส่วนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรอื่น สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างในการเข้าถึงกลไกร้องเรียนและการใช้สิทธิของเด็ก ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง ไม่ทราบขั้นตอนและช่องทางในการร้องเรียน หรือไม่ไว้วางใจในกลไกของหน่วยงานรัฐ โดยกังวลว่าการร้องเรียนอาจไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ หรือยิ่งทำให้ตัวเองเดือดร้อน

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นอกจากนี้ เด็กที่ต้องการโอกาสและการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เด็กพิการ เด็กในพื้นที่ห่างไกล เด็กไร้สัญชาติ เด็กในสถานสงเคราะห์หรือสถานพินิจ ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงช่องทางการร้องเรียนที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเด็ก ทั้งด้านภาษาและรูปแบบการสื่อสาร ส่งผลให้เสียงของเด็กจำนวนมากไม่ได้รับการรับฟัง และอาจถูกละเมิดสิทธิได้โดยที่ไม่มีกลไกในการขอความช่วยเหลือหรือการเยียวยาที่เหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ สำนักงาน กสม. จึงร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดทำกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรกับเด็กในรูปแบบเว็บไซต์ขึ้น ซึ่งเริ่มดำเนินการออกแบบและจัดทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเด็กผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้วนำมาพัฒนาเป็นระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรซึ่งเด็กสามารถเข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กพร้อมรวบรวมแหล่งข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักการและมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็กไว้ในเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อให้เด็กหรือผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลไกนี้จะเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ และสามารถคุ้มครองสิทธิเด็กในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในงานมีการเสวนาหัวข้อ “สถานการณ์และความท้าทายด้านสิทธิเด็กในปัจจุบันและกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก (Child-Friendly Complaint Mechanism)” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์การทำงานขับเคลื่อนเรื่องสิทธิเด็ก ได้แก่ นายสันติ ศิริธาราเจษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก นางสาวบุนิกา ฉุยฉาย เจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการผู้ทุพพลภาพ มูลนิธิเส้นด้าย นางสาวนภสร จันทร์ตา ผู้แทนเครือข่ายเด็กและเยาวชน และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
นางสาวบุนิกา ฉุยฉาย เจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการผู้ทุพพลภาพ มูลนิธิเส้นด้าย
นางสาวนภสร จันทร์ตา ผู้แทนเครือข่ายเด็กและเยาวชน
นายสันติ ศิริธาราเจษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ

วงเสวนาได้สะท้อนถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ในสิทธิของตนเองของเด็กทุกเพศทุกวัย ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงผู้พึ่งพิง แต่เป็นผู้ทรงสิทธิที่มีสิทธิร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือด้วยตนเอง และไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้ใหญ่ดำเนินการแทนในทุกกรณี อย่างไรก็ดี การที่เรื่องร้องเรียนจากเด็กมีจำนวนไม่มากไม่ได้หมายความว่าเด็กเผชิญปัญหาน้อย แต่อาจสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคในการรับรู้สิทธิของตน การเข้าถึงช่องทางและความไว้วางใจต่อกระบวนการให้ความช่วยเหลือแม้แต่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างสถานศึกษา โดยเห็นว่าการพัฒนากลในการคุ้มครองเด็กต้องรับฟังและนำความคิดเห็นของเด็กมาใช้ในการออกแบบ ไม่ควรตั้งอยู่บนมุมมองของผู้ใหญ่หรือหน่วยงานเพียงฝ่ายเดียว

ความเป็นมิตรกับเด็กจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้ภาพ สี หรือภาษาที่ดูเป็นมิตร แต่ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดที่เด็กสามารถวางใจได้ ตั้งแต่การให้ข้อมูล การรับเรื่อง การสื่อสารกับเด็ก การรักษาความลับ การคุ้มครองความปลอดภัย การส่งต่อ ตลอดจนการติดตามและแจ้งผลด้วยวิธีที่เด็กเข้าใจได้ เว็บไซต์จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยลดอุปสรรคต่างๆ แต่ต้องทำงานควบคู่กับบุคลากรและกระบวนการรับเรื่องที่เข้าใจ เคารพในสิทธิเด็ก คำนึงถึงศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

ภายในงานยังมีการแนะนำรูปแบบและการใช้งานเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือส่งเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เกิดกับตนเอง เพื่อน หรือผู้อื่นที่พบเห็นได้ ผ่านช่องทางเฉพาะบนเว็บไซต์สำนักงาน กสม. www.nhrc.or.th/child หรือโทรสายด่วน 1377 โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน