สสว. ประกาศความสำเร็จ “โครงการ Green Business 2569” ยกระดับ SME กว่า 246 ราย สร้างแต้มต่อพาผู้ประกอบการรุกตลาดสีเขียว

กรุงเทพมหานคร – 27 สิงหาคม 2569 – สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569” ซึ่งประสบความสำเร็จในการยกระดับทักษะและเสริมศักยภาพเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ MSME ไทยทั่วประเทศ เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการไทยในการปรับตัวรับมือกับกติกาการค้าโลกใหม่ และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด คาดตลอดโครงการฯสามารถสร้างมูลค่าผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจรวมได้ไม่น้อยกว่า 69 ล้านบาท

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญของ สสว. คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ MSME ไทย สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับกฎระเบียบการค้าโลก การปรับตัวไปสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจเร่งด่วน การเข้าร่วมอบรมและได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจะช่วยให้ผู้ประกอบการถอดบทเรียนและปรับมุมมองใหม่ว่า การรักษ์โลกคือการลดต้นทุน (Green = Lean) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเปลี่ยนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”

สรุปผลการดำเนินงานโดดเด่นและการยกระดับมาตรฐานเชิงลึก

ในการดำเนินงานในปีนี้  ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพในหลากหลายมิติ ครอบคลุมผู้ประกอบการภาคการผลิต เกษตรแปรรูป ภาคการท่องเที่ยว และบริการ ดังนี้: 

อบรมพัฒนาองค์ความรู้: อบรมหลักสูตร Carbon Footprint & Net Zero Pathway และ Green Marketing ครบ 7 รุ่นทั่วประเทศ รวมผู้ผ่านการอบรม 246 ราย (เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 225 ราย) 

เสริมสร้างสมรรถนะเชิงลึก: พัฒนายกระดับเชิงลึกรวม 227 ราย แบ่งเป็น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) 164 ราย, คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) 44 ราย, โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) 11 ราย, Green Hotel Plus 6 ราย และสถานประกอบการผลิตสีเขียว (Green Production) 2 ราย 

การประเมินศักยภาพ Green SME Index: ดำเนินการประเมินตนเองผ่าน www.greensmeindexplus.com ครอบคลุม 4 มิติ (การจัดการความยั่งยืน, ห่วงโซ่คุณค่า, ระบบบริหารจัดการ, นวัตกรรม) รวม 227 ราย มีผู้ได้ผลประเมินระดับดีเยี่ยมและระดับดี รวม 15 ราย 

การขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานสากล: สนับสนุนการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) รวม 48 ราย (ผ่านการรับรองแล้ว 43 ราย) และขึ้นทะเบียนมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (G-Green) กับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ราย (ผ่านการตรวจรับรองแล้ว 5 ราย) 

ดร.ปณิตา ชินวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “สสว. เชื่อมั่นว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือภาระต้นทุน แต่คือแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญในปัจจุบัน การที่ สสว. เข้ามาช่วยสนับสนุนตั้งแต่การประเมิน Green SME Index การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการสนับสนุนทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CFO, CFP, Green Hotel และ Green Production โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จะช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ และการนำผู้ประกอบการออกสู่สนามจริงผ่านงานแสดงสินค้า จะยิ่งช่วยต่อยอดสร้างรายได้จริงอย่างมั่นคง”

การต่อยอดโอกาสทางการตลาดและการเชื่อมโยงระบบนิเวศสีเขียว

นอกจากการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กรแล้ว สสว. ยังมุ่งเน้นการสร้างรายได้จริงให้แก่ผู้ประกอบการ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกบูธแสดงสินค้าในระดับประเทศและสากลฟรี ได้แก่: 

  • งาน Grand HALAL Bangkok 2026 Purity Way of Life (15–17 กรกฎาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา): นำผู้ประกอบการภาคการผลิต สินค้าเกษตรแปรรูป และอาหารสีเขียว 7 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ (B2B) กับคู่ค้าในตลาดฮาลาลสากล 
  • งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 (20–23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์): นำผู้ประกอบการภาคบริการ โรงแรมรักษ์โลก และ Wellness สีเขียว 15 ราย นำเสนอบริการแก่กลุ่มนักท่องเที่ยว Eco-Tourism 

นอกจากนี้ สสว. ยังได้จัดกิจกรรม Business Matching ประสานเชื่อมโยงส่งต่อผู้ประกอบการ SME ไปยังผู้ให้บริการธุรกิจสีเขียว (Green Service Providers) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับหน่วยตรวจรับรอง สถาบันการเงินเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) และผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวที่เข้มแข็งของประเทศไทย